เนชั่นทีวี

ข่าว

มือยิงคลับเกย์ "ออร์ลันโด" อาจเป็นเกย์

14 มิ.ย. 2559 | jirasin_yin

มือยิงคลับเกย์ "ออร์ลันโด" อาจเป็นเกย์

เอฟบีไอเร่งขุดคุ้ยประวัติมือปืนก่อเหตุกราดยิงในเมืองออร์ลันโดเพื่อหาเหตุจูงใจ แต่ยังไม่พบข้อมูลเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างเขากับกลุ่มไอเอส และเชื่อว่าเขาบ่มเพาะแนวคิดหัวรุนแรงจากอินเตอร์เน็ต ขณะที่ตำรวจถูกวิจารณ์ปฏิบัติการบุกล่าช้าทำให้คนร้ายมีเวลาฆ่าคนมากขึ้น


เจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ แถลงเมื่อวานว่า ยังไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่า นายโอมาร์ มาทีน ที่ยิงสังหารหมู่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 ราย และผู้บาดเจ็บ 53 รายที่ไนต์คลับชาวเกย์ในเมืองออร์ลันโดเมื่อวันอาทิตย์ ได้รับการสั่งการโดยตรงจากกลุ่มหัวรุนแรงไอเอส และไม่ได้เป็นสมาชิกของเครือข่ายใดๆนอกประเทศ เขาเป็นพวกฝักใฝ่แนวคิดหัวรุนแรงด้วยตัวเองจากการเสพข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
มือปืนเชื้อสายอัฟกานิสถานวัย 29 ปีประกาศภักดีต่อกลุ่มไอเอสเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนก่อเหตุสังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ แต่เขายังเคยสนับสนุนกลุ่มหรือบุคคลหัวรุนแรงอื่นๆ เช่น สองพี่น้องก่อเหตุระเบิดในการแข่งขันมาราธอนที่นครบอสตัน และมือระเบิดฆ่าตัวตายของกลุ่มอัล-นุสรา ฟรอนท์ในซีเรีย รวมทั้งเคยแสดงความคิดเห็นสนับสนุนกลุ่มอัลไกด้าและเฮซบุลเลาะห์ แต่การที่มาทีนอ้างตัวเกี่ยวพันกับกลุ่มหัวรุนแรงที่เป็นคู่แข่งของไอเอส ทำให้เกิดความสับสนว่า เขามีเหตุจูงใจอะไรในการก่อโศกนาฏกรรม และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบประวัติชีวิต โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเขาเพื่อทำความเข้าใจถึงเหตุจูงใจ นอกจากนี้จะตรวจสอบประเด็นแนวคิดต่อต้านเกย์ด้วยว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่
ก่อนหน้านี้พ่อของมือปืน บอกว่า มาทีนไม่พอใจที่เห็นผู้ชายจูบกันในเมืองไมอามีเมื่อหลายเดือนก่อน ขณะที่สื่อบางสำนักงานว่า มือปืนเคยไปที่คลับ"พัลส์" ที่เป็นคลับชาวเกย์อย่างน้อย 12 ครั้ง ก่อนก่อเหตุกราดยิงที่คลับนี้ และอาจใช้แอพพลิเคชั่นหาคูเดทสำหรับกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน นอกจากนี้อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียน เชื่อว่า มาทีนเป็นเกย์
ส่วนกรณีที่เอฟบีไอเคยสอบปากคำมาทีนถึง 3 ครั้งระหว่างเฝ้าจับตานาน 10 เดือนซึ่งสิ้นสุดลงโดยสรุปว่าไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่มหัวรุนแรง ผู้อำนวยการเอฟบีไอ ยืนยันว่า ไม่มีอะไรต้องทบทวนเกี่ยวกับเรื่องนี้
ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจ จอห์น มินา และนายตำรวจคนอื่นๆ เผชิญคำถามว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เวลาล่วงเลยถึง 3 ชั่วโมง กว่าหน่วยสวาทจะบุกเข้าไปในคลับ ทำให้คนร้ายมีเวลายิงสังหารเหยื่อจำนวนมาก แต่ตำรวจอ้างว่า สถานการณ์เปลี่ยนเมื่อคนร้ายจับตัวประกันที่ซ่อนตัวในห้องน้ำ ทำให้ต้องใช้วิธีเจรจา และเมื่อคนร้ายเริ่มพูดเรื่องระเบิด ทำให้ตัดสินใจระเบิดผนังชั้นนอกของคลับ แต่ระเบิดไม่สามารถทำลายผนังได้ถึงชั้นใน ทำให้ต้องใช้รถหุ้มเกราะพุ่งชนจนจนเกิดช่องโหว่ ทำให้ตัวประกันหนีออกมาได้ และคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรม
การที่ตำรวจไม่ได้ลงมือทันที เป็นการปฏิบัติตามมาตรฐาน คือ กำหนดขอบเขตของตัวเองให้อยู่รอบนอกสุด และรอหน่วยสวาทเข้าไปปฏิบัติการ แต่ที่ผ่านมาความล่าช้าในการรอหน่วยสวาท ทำให้คนร้ายมีเวลาฆ่าเหยื่อมากขึ้น เช่น การสังหารหมู่ที่โรงเรียนโคลัมไบน์ในปี 2542 ที่มือปืนวัยรุ่น 2 คนยิงครู 1 คนและนักเรียนอีก 12 คนเสียชีวิต

ข่าวล่าสุด