การบุกเข้าจับกุมนาตารี อาบอบนวดของกระทรวงมหาดไทย ทำเอา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงกับนั่งไม่ติดพร้อมกับมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงว่า รายชื่อหน่วยงานหลายสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนายตำรวจเข้าไปรับส่วยจริงหรือไม่
ที่สำคัญคือ หน่วยงานและรายชื่อที่พบอยู่นั้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินส่วยหรือไม่และทำไมสถานบริการเหล่านี้จึงต้องยอมจ่ายเงินให้เป็นจำนวนมาก
ถ้าดูจากอำนาจหน้าที่รับผิดชอบจะพบความเชื่อมโยงตามกฏหมายเริ่มจาก สืบห้วยขวาง สังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ซึ่งถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นหน่วยงานที่ควบคุมพื้นที่โดยตรง มีอำนาจในการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดที่ก่อเหตุในท้องที่และนาตารี อาบอบนวดก็มีต่างด้าวเข้ามาทำงานโดยผิดกฏหมาย ในลักษณะของการค้าประเวณี
ตำรวจท่องเที่ยว ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีพื้นที่ควบคุมโดยตรง แต่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับนักท่องเที่ยว ซึ่งนาตารี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไปใช้บริการเช่นกัน
191 สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล มีอำนาจในการตรวจจับผู้กระทำความผิดทั้งอาชญากรรมทั่วไปรวมถึงคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฏหมายทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีหน้าที่ในการปราบปรามโดยตรง มีรถสายตรวจออกตรวจครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร
ตำรวจสันติบาล มีหน้าที่ดูแลเรื่องความมั่นคง แม้หญิงสาวที่เข้ามาให้บริการส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ ก็อาจตีความในแง่ความมั่นคงหรือเข้าตรวจค้นได้ทำให้เจ้าของสถานบริการต้องยินยอมจ่ายเงินเพื่อความสะดวก
ตม. ซึ่งเป็นหน่วยที่รับผิดชอบโดยตรงกับคนหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ซึ่งหญิงบริการในนาตารี อาบอบนวดส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย ก็เข้าข่ายและมีตัวเลขเงินที่จ่ายมากกว่าหน่วยงานอื่น
ดส. ซึ่งเป็นชื่อย่อของ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี มีหน้าที่ในการจับกุมผู้กระทำความผิดที่เป็นเยาวชน ซึ่งสถานอาบอบนวดถูกระบุว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ขายบริการด้วย
สำหรับรายชื่อที่ระบุถึงกทม. ถึงแม้จะไม่มีอำนาจในการจับกุมบุคคลตามกฏหมายอาญาโดยตรง แต่ กทม. มีอำนาจในเรื่องการตรวจอาคารสถานที่ ความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากสถานบริการจำเป็นต้องจ่ายเงินก็เพื่อตัดปัญหาในส่วนนี้ด้วย
อย่างไรก็ตามจนขณะนี้ทาง ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับให้เร่งสอบสวนเรื่องบัญชีส่วยที่พบโดยเร็วที่สุด หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดเข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการทั้งวินัยและคดีอาญาด้วย
PRIMETIME ได้ตรวจสอบหลังจากเกิดเหตุบุกเข้าจับสถานบริการที่นำหญิงสาวต่างชาติ มาค้าประเวณี พบว่า ช่วงกลางคืนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารออกตรวจสอบตามร้านคาราโอเกะ ขนาดเล็กและสวนอาหารที่มีเด็กสาวคอยเสริฟด้วย ทำให้บรรยากาสร้านอาหารขนาดเล็กค่อนข้างเงียบเหงา