นายประดับ โพธิกาญจนวัตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) กาญจนบุรีในฐานะรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) บอกว่า กรณีมีข้อเสนอจากภาคเอกชนให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์และพันธุ์พืชตรวจสอบวัดทั่วประเทศที่มีการเลี้ยงสัตว์ป่านั้น การที่วัดเลี้ยงสัตว์ป่าไว้ เนื่องจากญาติโยมเอาปล่อยไว้ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเพราะต้องการทำบุญสะเดาะเคราะห์และฝากเลี้ยงไว้ที่วัด เช่น เต่า หมูป่า
อีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากสัตว์ป่าบาดเจ็บชาวบ้านหรือวัดได้ให้การรักษาและได้เลี้ยงไว้ หรือนำมาปล่อยที่วัด เนื่องจากวัดเป็นเขตอภัยทาน บางวัดก็เลี้ยงไปโดยไม่รู้ว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จะต้องแจ้งการครอบครองต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หากเลี้ยงไว้โดยไม่แจ้งจะผิดกฎหมาย
รองโฆษก พศ.กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา พศ.ไม่เคยเข้าไปตรวจสอบวัดทั่วประเทศว่ามีการเลี้ยงสัตว์ป่าไว้มากน้อยแค่ไหน นอกจากเกิดกรณีร้องเรียนก็จะเข้าไปตรวจสอบวัดนั้นๆ แต่เชื่อว่าวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี น่าจะเป็นวัดที่มีการเลี้ยงสัตว์ป่า เช่น เสือโคร่งและสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ไว้มากที่สุด
ทั้งนี้ หากจะมีการตรวจสอบวัดต่างๆกรณีเลี้ยงสัตว์ป่า เห็นว่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวกับข้องควรทำหนังสือประสานมายัง พศ.และมหาเถรสมาคม(มส.) ซึ่งเชื่อว่าวัดต่างๆ น่าจะพร้อมร่วมมือเพราะวัดเป็นสถานที่สาธารณะและเขตอภัยทาน รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย
นายประดับ บอกว่า ส่วนกรณีการที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร(ส.ป.ก.) จ.กาญจนบุรี ระบุเตรียมจะเพิกถอนที่ดินวัดป่าหลวงตาบัวฯโดยให้เหตุผลว่าวัดมีการใช้ที่ดินเกินกว่าที่อนุญาตให้ใช้เพื่อประโยชน์ทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งกรณีการอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อตั้งวัดต่อไปหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างประสานนัดหารือกัน แต่ พศจ.กาญจนบุรียืนยันไปแล้วว่าขออนุญาตใช้ที่ดินกว่า 391 ไร่เพื่อจัดตั้งวัดเช่นเดิม