เนื่องจากพื้นที่ภาคเกษตรนาเกลือและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบธรรมชาติ เป็นอาชีพตามภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชนมาตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน และได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ รายได้ให้แก่ชุมชนรากหญ้าโดยตรง กระตุ้นภาคเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นซึ่งนำไปสู่ความยั่งยืนของชุมชน แต่นโยบายส่งเสริมการสร้างพลังงานทางเลือกที่สะอาด(โซล่าร์ฟาร์ม)ภายใต้การกำกับของรัฐบาล ณ ปัจจุบัน กับการคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์มโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเกษตรนาเกลือและการเพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติของตำบลโคกขาม หมู่ที่ 3 ซึ่งมีรายละเอียดขอบเขตการสร้างบนพื้นที่จำนวนประมาณ 40 ไร่ กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 3 เมกะวัตต์ (3,000,000 วัตต์) ระยะทำสัญญา 25 ปี อาจกล่าวได้ว่าเป็นการสูญเสียที่ดินภาคเกษตรนาเกลือและเพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติไปอย่างสิ้นเชิงถาวร รวมถึงประกาศเป็นพื้นที่ภาคเกษตรของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร
ในนามชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติโคกขามและเครือข่ายพันธมิตรสิ่งแวดล้อมนานาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรท้องถิ่นที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและบริหารจัดการทรัพยากรมาตลอดระยะเวลา 18 ปี จนมาถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของชุมชนฐานรากที่รัฐบาลเคยกล่าวไว้เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น รวมถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจึงมีข้อคิดเห็นและข้อเสนอเพื่อให้ทบทวนย้ายสถานที่ก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์ม ดังนี้ 1. สถานที่ก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์มตั้งอยู่ในเขตการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวไทย (อ่าวตัว ก.) ที่มีความสำคัญระดับชาติ ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2543 และเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2552 2. เป็นพื้นที่รับรองข้อตกลงการเป็นพื้นที่พันธมิตรสำหรับการอนุรักษ์นกอพยพและการใช้ประโยชน์ถิ่นที่อยู่อาศัยของนกอพยพอย่างยั่งยืนในเส้นทางบินเอเชียตะวันออก ออสเตรเลีย (Partnership for the Conservation of Migratory Waterbirds and the Sustainable Use of their Habitats in the East Asian Australasian Flyway) ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2553
3. เป็นพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพตามระบบนิเวศห่วงโซ่อาหารธรรมชาติ ที่อยู่ร่วมกันในวิถีการผลิตภาคเกษตรนาเกลือและเพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติ ทั้งคน สัตว์ และพรรณพืช และยังเป็นพื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์นก (Important Bird and Biodiversity Area; IBA) ภายใต้การรับรองขององค์กร BirdLife International ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์นก 4. เป็นพื้นที่ แหล่งอาศัย แหล่งอาหาร หากินของนกชายเลนอพยพและนกชายเลนประจำถิ่นกว่า 60 ชนิดและนกชายเลนหายากโดยเฉพาะนกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) ที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) ของโลกรับรองสถานะโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)
5. สถานที่ดำเนินการก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์มตั้งอยู่ติดกับบ้าน ชุมชน และพื้นที่เกษตรนาเกลือ เพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงตั้งแต่ขั้นตอนการดำเนินงานก่อสร้างทั้งการนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ อุปกรณ์ การประกอบติดตั้ง ฯลฯ ตลอดจนสัญญาการเช่า 25 ปี ตามที่เอกชนข้างเคียงได้ทำหนังสือคัดค้านไปแล้ว 6. ให้ทบทวนเพื่อย้ายสถานที่ก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์มออกไปจากพื้นที่ภาคเกษตรนาเกลือและเพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติ ตามหลักการและเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ข้อสังเกต เวทีประชุมประชาคมเพื่อลงมติความคิดเห็นว่าสร้างหรือไม่ให้สร้างของคนในพื้นที่ ต.โคกขาม เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2559 ห้อง ประชุมโรงเรียนพันท้ายนรสิงห์ โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 300 กว่าคน ซึ่งการประชุมประชาคมมีตัวแทนบริษัทรับเหมาในการดำเนินงานก่อสร้างจากบริษัท ซันซีป เอ็นเนอร์ยี(ประเทศไทย)จำกัด Tel : 097-280-4060 โดยถือใบนุญาตก่อสร้างพลังงานโซล่าร์ฟาร์ม 3 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ที่นาเกลือของ นายไว รอดทะยอย ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด จำนวนเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ ซึ่งในที่ประชาคมไม่มีการเปิดอภิปรายอย่างมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่
ส่วนมากเป็นการนำเสนอของตัวแทนบริษัทถึงข้อดีต่างๆโดยไม่มีข้อเสียหรือจุดความเสี่ยง และการจัดเวทีประชาคมครั้งนี้ทางสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด เป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งมีข้อสังเกตดังนี้ 1. ใบลงทะเบียนไม่มีเรื่องว่าประชาคมว่า เรื่องอะไร สถานที่จัดประชาคม วันที เวลา 2. ผู้เข้าร่วมที่มาประชาคมส่วนมากไม่เคยรู้ข้อมูลข่าวสารมาก่อน แม้กระทั่งว่าสถานที่ก่อสร้างอยู่บริเวณตรงไหนของตำบล 3. ผู้เข้าร่วมที่เป็นเจ้าของนาเกลือซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งโซล่าร์ฟาร์ม มีส่วนน้อยมากที่เข้าร่วมเวทีประชาคม 4. ไม่มีหนังสือถึงสมาชิกเชิญร่วมเวทีประชาคมแก่เจ้าที่ของนาเกลือ 5. ไม่มีการชี้แจงข้อเสียหรือจุดเสี่ยงของโซล่าร์ฟาร์ม หรือการส่งกระแสไฟให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 6. เป็นการประชาคมครั้งแรกและลงมติเลยใช่เวลาเพียงแค่ชั่งโมงครึ่ง (09.30-11.00 น.) เหตุผลที่ใช้เวลาน้อยเพราะทุกคนที่เข้าร่วมไม่มีข้อมูลหรือความรู้ที่จะซักถามแลกเปลี่ยนกับตัวแทนบริษัท
7. รีบปิดการประชาคม รวบรัดตัดตอนโหวตเสียงผลให้สร้างโซล่าร์ฟาร์มชนะขาดลอย 8. ตัวแทนบริษัทอ้างมาตรา 44 ที่ประกาศให้ทุกพื้นที่สามารถสร้างพลังงานทางเลือกโดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ได้ ประกาศเมื่อต้นเดือนมกราคม 9. เป็นนโยบายรัฐบาล คสช.และไม่มีหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเพื่อรับรองมติการประชาคม 10. ไม่มีผังรูปแบบการก่อสร้าง และสัญญาระหว่างโครงการฯกับผู้มีส่วนได้เสียมาแสดงในที่เวทีประชาคม ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาอย่างเร่งด่วน ให้ทบทวน ย้ายสถานที่ก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์มในเขตพื้นที่เกษตรภาคการผลิตนาเกลือและเพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติ ม. 3 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยทันที
http://www.bcst.or.th/