ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) กาญจนบุรี นายประดับ โพธิกาญจนวัตร บอกว่า จากการที่ลงพื้นที่ร่วมกับผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพื่อตรวจสอบกรณีมีการพบซากลูกเสือถูกดองในขวดโหลและหนังเสือ ตะกรุดและเครื่องรางที่ทำจากเขี้ยวเสือจำนวนมากภายในวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโณนั้น ตนไม่ได้พบเห็นหนังเสือ ตะกรุดและเครื่องรางที่ทำจากเขี้ยวเสือเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดและนำไปเป็นของกลางไปหมดแล้ว
ทั้งนี้ได้สอบถามข้อมูลต่างๆ จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ รวมทั้งได้สอบถามถึงจำนวนพระภายในวัดแห่งนี้พบว่า มีพระสงฆ์ 15 รูปและสามเณร 1 รูป อีกทั้งได้สอบถามผู้ดูแลวัดถึงพระวิสุทธิสารเถร(ภูสิต ขันติธโร) หรือพระอาจารย์จันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัวฯ ก็บอกว่า ไม่ทราบว่าเจ้าอาวาสวัดไปที่ใด รู้แต่เพียงว่าท่านติดกิจนิมนต์และเดินทางออกจากวัดตั้งแต่วันแรกที่กรมอุทยานแห่งชาติฯเข้ามาย้ายเสือโคร่งของกลางภายในวัด ซึ่งขณะนี้ได้สรุปข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อนายพนม ศรศิลป์ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และพระเทพเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี(ธรรมยุต)ไปเรียบร้อยแล้ว
ผอ.พศจ.กาญจนบุรี บอกด้วยว่า ขณะนี้จะต้องรอผลสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีการนำซากลูกเสือไปทำอะไร รวมทั้งหนังเสือ ตะกรุดและเขี้ยวเสือที่ตรวจพบนั้นมีการดำเนินการในเชิงพุทธพาณิชย์หรือไม่และใครที่เกี่ยวข้องบ้าง เมื่อได้รับผลสรุปการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ตนจะรายงานต่อ ผอ.พศ.และเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี(ธรรมยุต)ให้ทั้งสองท่านพิจารณาว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไป
ซึ่งหากผลสอบสวนออกมาแล้วถ้าพบว่ามีพระสงฆ์ภายในวัดเกี่ยวข้อง ก็จะเข้าข่ายกระทำผิดประกาศคณะสงฆ์ เรื่องห้ามภิกษุสามเณรเรียกเงินค่าเวทมนตร์ และห้ามทดลองของขลัง พ.ศ.2495 และประกาศห้ามไม่ให้ภิกษุเป็นหมอเสน่ห์ยาแฝด อาถรรพณ์ ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พ.ศ.2476 ซึ่งเรื่องนี้เป็นอำนาจการพิจารณาของเจ้าคณะปกครองว่าจะพิจารณาเช่นไรและดำเนินการอย่างไร รวมไปถึงการดูแลพระสงฆ์และวัดป่าหลวงตาบัวฯด้วย