ผู้ต้องขัง ทั้งสองถูกส่งตัวเข้าคุมขังอยู่ในแดนแรกรับ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จากการตรวจสุขภาพเพื่อทำประวัติได้รับรายงานว่าไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง มีเพียงโรคทั่วไปของผู้สูงอายุ เช่น โรคความดัน โดยนายปริญญามีประวัติการรักษาอยู่ที่รพ.พระมงกุฎ
ส่วนพล.ต.อ.วาสนา มีประวัติการรักษาที่รพ.รามาธิบดี หลังจากนี้จะให้แพทย์วินิจฉัยว่าจะสามารถปรับยาให้อยู่ในการรักษาของแพทย์ทัณฑสถานรพ.ราชทัณฑ์ได้หรือไม่ เพราะเป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้มีโรคเฉพาะทางร้ายแรง สำหรับการคุมขังคืนแรกเป็นธรรมดาที่ต้องมีความเครียด เพราะทั้งสองถือเป็นบุคคลที่เคยมีตำแหน่งสำคัญ ดังนั้น ต้องให้เวลาปรับตัว แม้จะเคยมีประวัติถูกส่งตัวเข้าเรือนจำมาแห่งนี้มาแล้ว แต่ครั้งนั้นเป็นการคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีมีสิทธิยื่นประกันตัวออกไป แต่ขณะนี้ถือเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดแล้วจึงต้องพยายามปรับตัวให้อยู่ในเรือนจำได้
นายกอบเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนการจำแนกผู้ต้องขังไปยังแดนที่เหมาะสมจะสามารถให้ผู้ต้องขังอยู่ในแดนเดียวกันหรือไม่ ยังต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพราะพล.ต.อ.วาสนา เป็นตำรวจเก่า มีประวัติจับกุมผู้ต้องหามาหลายราย จึงจำเป็นต้องตรวจสอบประวัติเพื่อนผู้ต้องขังเพื่อความปลอดภัย ส่วนนายปริญญา เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมการปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งอาจเคยสั่งการลงโทษทางวินัยผู้ใต้บังคับบัญชา จึงต้องตรวจสอบให้ละเอียดว่าต้องไม่มีความขัดแย้งกับผู้ต้องขังอื่น