เมื่อเวลา18.30น. วันที่ 2 มิ.ย.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีนักเรียนท้องเสียเป็นจำนวน 17 คน เข้ามารักษาตัวที่สถานีอนามัย ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก แต่เนื่องจากสถาอนามัยมีขนาดเล็ก รองรับการรักษาไม่ไหวทำให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ต้องรับตัวนักเรียนจำนวน 17 คน มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ส่งต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราช โดยบางคนมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด
เบื้องต้นแพทย์โรงพยาบาลพุทธชินราช ได้ให้น้ำเกลือและตรวจอาการอย่างละเอียด คาดอาหารเป็นพิษจากการสอบถาม นายวินัย ศรีวงศ์ษา ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ทราบว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่นักเรียนก็ทำกิจกรรมตามปกติทั่วไป จนกระทั่งได้มีนักเรียน หญิงระดับมัธยมต้น เกิดการปวดท้อง อาเจียน วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด จำนวน 17 ราย แต่รุนแรง 13 ราย ทางโรงเรียนจึงนำตัวนักเรียน ส่งศูนย์สุขภาพชุมชนหัวรอ แต่อาการไม่ทุเลาลง จึงได้นำตัวนักเรียนทั้งหมด ส่งมายังโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อทำการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
นายวินัย เผยสาเหตุที่นักเรียนท้องเสียนั้น อาจเกิดอาการแพ้อาหารบางชนิด ซึ่งทางโรงเรียนคาดว่าไม่น่าจะเป็นเพราะอาหารที่ทางโรงเรียนจัดให้ เพราะทางโรงเรียนมีนักเรียนทั้ง 400 กว่าคนที่ทานอาหารด้วยกันแต่มีนักเรียนที่เกิดอาการปวดท้องและท้องเสียเพียง17คน ซึ่งที่ผ่านมาทางโรงเรียนเน้นความสะอาดของหารการกินเป็นหลักสำคัญอยู่แล้ว
โดยมื้อกลางวันในวันนี้เป็น แกงจืดฟักใส่หมู ใข่ต้ม และขนมหวานเป็นบวชฟักทอง ซึ่งไม่น่าจะทำให้เกิดอาการปวดท้องและท้องเสียนี้ได้ นักเรียนที่ปวดท้องและท้องเสียอาจจะไปซื้อลูกชิ้นที่มาขายภายในสนามกีฬากลาง ลูกชิ้นที่รถเร่นำมาขายอาจจะเป็นลูกชิ้นที่ค้างมาหลายแล้วมาทอดขายนักเรียนแล้วทำให้เกิดอาการปวดท้องและท้องเสียก็อาจจะเป็นไปได้
ต่อมา นพ.วิสิทธิ์ เสถียรวันทนีย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช ได้เดินทางมาตรวจและดูอาการด้วยตนเอง พร้อมกับระบุว่านักเรียนทั้งหมดเกิดจากอาหารเป็นพิษ ซึ่งทางแพทย์ได้เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยมีอาการรุนแรง จำนวน 2 ราย ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล และเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด และให้น้ำเกลือ 11 ราย หากอาการดีขึ้น ก็ให้กลับบ้านได้ และอีก 4 ราย อาการเล็กน้อย แพทย์ให้ยา สามารถกลับบ้านได้