รุ่งนภา สโตลโปเฟสกีย์ ผู้ประกอบการร้านค้าย่านชายหาดจอมเทียน จ.ชลบุรี กล่าวว่า เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นที่ร้านของตัวเองเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 โดยกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุที่ร้านรับซัก อบ รีด แห่งหนึ่งที่ย่านบางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
พฤติกรรมของคนร้ายก็คือ มีกัน 5 คน เดินเข้ามาในร้าน แล้วเดินดูสินค้า พากันหยิบสินค้าใส่ถุงใหญ่ หยิบไปเยอะมาก เน้นสินค้ามีราคาแพง จากนั้น 1 ใน 5 ก็แสดงตัวต่อพนักงานของทางร้านว่า เป็นเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หลังจากนั้นก็โทรศัพท์ไปหาตนซึ่งอยู่ที่บ้าน พร้อมกับแจ้งว่า สินค้าที่วางจำหน่ายในร้านผิดกฎหมาย ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มี อย. กำกับ ให้ไปพบที่สถานีตำรวจ ขอยืนยันว่า สินค้าที่วางจำหน่ายในร้านมี อย.กำกับ
หลังจากรับโทรศัพท์แล้ว ก็เดินทางไปที่สถานีตำรวจทันที เขาก็บอกว่าให้เข้าไปคุยกันในห้องพนักงานสอบสวน โดย 1 ใน 5 คนร้าย อ้างตัวเป็นตำรวจมาจาก ภาค 2
ในการคุยกันนั้น เขาก็แจ้งว่า สินค้าไม่มี อย. แล้วก็พยายามบอกว่า ให้จบคดีตรงนี้ แต่ต้องใช้เงิน ครั้งแรก คนร้ายยื่นข้อเสนอว่า หากจ่ายเงิน 3 แสนบาท เรื่องจะจบในชั้นศาล แต่ดิฉันไม่มี เขาก็บอกว่าคุยกับนายให้แล้ว ถ้าตอนนี้จบได้ที่ 1 แสนบาท หลังจากนั้นอีกสักครู่ก็บอกว่า ให้กลับบ้านไปหาเงิน 5 หมื่นบาท มาให้เขาจะได้จบเรื่อง ดิฉันก็กลับไปเอาเงินให้เขา
ในวันรุ่งขึ้น ก็ไปที่สถานีตำรวจเพื่อขอใบเสร็จ แต่ก็ไม่ได้ ตำรวจบอกว่า ไม่มีการลงบันทึกประจำวัน ทั้งๆ ที่มีพยานเห็น อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่รับแจ้งความ
ต่อมาได้ตรวจสอบกับ อย.แล้ว โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า บุคคลในภาพไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ อย. และยืนยันด้วยว่า ไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจในห้วงเวลาดังกล่าว พร้อมกับแนะนำให้ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ทางศูนย์ก็ให้ไปแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรับแจ้งความ ลงบันทึกประจำวัน
พ.ต.อ.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวว่า กรณีร้านรับซัก อบ รีด แห่งหนึ่งที่ย่านบางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความไว้แล้ว โดยรับไว้เป็นคดีสืบสวน
สำหรับ คดีก่อนหน้านี้ ขอเวลาตรวจสอบก่อน เพราะเพิ่งได้รับทราบเพียงคดีที่เกิดกับร้านรับซัก อบ รีด เท่านั้น
การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ จะต้องแสดงตัวกับทางร้านว่า เป็นใคร สังกัดที่ไหน มาตรวจอะไร อย่างไรก็ตาม การเข้าตรวจค้นจะต้องประสานงานกับตำรวจท้องที่ และมีการลงบันทึกประจำวัน หากเป็นคดีที่เปรียบเทียบปรับ ก็อาจจะจบคดีได้ทันที
หากมีการตรวจสอบว่า 1 ใน 5 คนร้าย หากตรวจสอบแล้วว่า เป็นตำรวจจริงก็จะถูกดำเนินคดีเช่นกัน ไม่มีการปกป้องหรือช่วยเหลืออย่างแน่นอน