รถบรรทุกยักษ์ทับรถกระบะดับ 1สาหัส 2
26 พ.ค. 2559 | nation_ent

ลำปาง - รถบรรทุกยักษ์เหมืองแม่เมาะลำปาง เหยียบทับรถกระบะพนักงานซ่อมรถพังเหลือแต่ซากดับ คารถ 1 เจ็บ สาหัส 2
ข่าว
26 พ.ค. 2559 | nation_ent

ลำปาง - รถบรรทุกยักษ์เหมืองแม่เมาะลำปาง เหยียบทับรถกระบะพนักงานซ่อมรถพังเหลือแต่ซากดับ คารถ 1 เจ็บ สาหัส 2
เมื่อเวลา 15.20 น.วันที่ 25 พ.ค.ร.ต.ท.ไพโรจน์ ธิแจ้ รอง สว.สอบสวน สภ.แม่เมาะ จ.ลำปาง พร้อมแพทย์เวรฯ โรงพยาบาลอำเภอแม่เมาะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลตำบลแม่เมาะเดินทางตรวจสอบเหมืองถ่านหินซึ่งตั้งอยู่ ภายในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถขนหินหรือถ่านหินขนาดใหญ่แบบเทท้ายทับรถกระบะมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณภายในเหมืองถ่านหิน กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เพื่อร่วมกันชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต หลังรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกขนาดยักษ์ทับรถกระบะมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายราย
ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกแบบเทท้ายขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นรถของ กฟผ.แม่เมาะ ซึ่งใช้ขนถ่านหินทับรถทับรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม๊ก สีขาว ของบริษัท เมโทรแมชีนเนอรี่ จำกัด สภาพรถพังยับขาดออกจากกันช่วงโดยส่วนบหัวรถกระบะถูกรถบรรทุกเหยียบทับติดคาอยู่ใต้ท้องรถบรรทุกคันดังกล่าว ซึ่งภายในรถกระบะมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถ3 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงได้เร่งให้การช่วยเหลือออกจากรถอย่างเร่งด่วน
แต่เบื้องต้นมีคนเสียชีวิตคารถ 1 รายและบาดเจ็บสาหัส 2 รายจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน จากนั้นจึงนำศพผู้เสียชีวิตออกมาจากรถเพื่อชันสูตรพลิกศพทราบชื่อต่อมาว่านายชวลิต วังขวา อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 163 ม. 2 ต.หลวงเหนือ อ.งาว จ.ลำปาง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ นายวีรศักดิ์ งานดี อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191 ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง และ นายสมศักดิ์ จันต๊ะวงค์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 626 ม. 4 ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง และทางแพทย์โรงพยายาบาลแม่เมาะได้นำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง
จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเหตุทั้งหมดเป็นพนักงานของบริษัทเมโทรแคท ได้พากันเข้าไปซ่อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ภายในเหมืองลิกไนท์แม่เมาะ โดยนำรถกระบะเป็นพาหนะแต่ขณะกำลังจะตรวจซ่อมปรากฏว่าคนขับรถบรรทุกไม่ทันเห็นพนักงานทีนั่งอยู่ในกระบะจึบวิ่งมาเหยียบทับรถกระบะดังกล่าว จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป