การบุกรุกพื้นที่ป่าราบต่ำ บ้านของนกแต้วแล้วท้องดำ ยังเป็นภัยคุกคามลำดับต้นที่จะชี้ชะตาความอยู่รอดของนกในธรรมชาติ บริวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง เป็นหนึ่งใน 4 พื้นที่ มีความอุดมสมบูรณ์ และเหมาะสมรองรับประชากรนกในอนาคต
" เจ้าแต้ว" เป็นชื่อเล่น ที่เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้เรียกนกแต้วแล้วท้องดำ ตัวผู้ อายุ 8 ปีตัวนี้ ด้วยความเชื่อง คุ้นชินกับคนเลี้ยง และมีนิสัยขี้เล่น กระโดดไปมารอบๆกรง ไม่อยู่นิ่ง มันจึงเป็นขวัญใจของเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยเฉพาะกับสายัณห์ พรเมืองดง ที่คอยป้อนนม ป้อนอาหารให้มันมาตั้งแต่ยังเป็นลูกนก และดูแลมาจนถึงวันนี้ กลายเป็น"เจ้าแต้ว" ที่พร้อมจะหาคู่ครองมาผสมพันธุ์ ภายใต้โครงการฟื้นฟูประชากรนกแต้วแล้วทองดำ ของกรมอุทยานแห่งชาติ
ทุกๆ วัน"เจ้าแต้ว" จะถูกนำออกมาจากกรงเลี้ยงขนาดเล็ก ที่เจ้าหน้าที่นำมันไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ เพื่อออกมาสู่โลกภายนอกที่เป็นกรงขนาดใหญ่กว้าง 3 x6 เมตร แบบเปิดโล่ง ฐานกรงก่อด้วยอิฐบล็อกป้องกันสัตว์ข้างนอกมารบกวน และบริเวณพื้นกรงจะเป็นดินที่มีใบไม้แห้งโรยทับเอาไว้ พร้อมด้วยถาดใส่น้ำให้มันได้เล่น ออกกำลังกาย ปรับตัวตามธรรมชาติ โดยเจ้าแต้วจะถูกปล่อยอยู่ที่นี่เพียงวันละ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น
เกรียงศักดิ์ ศรีบัวรอด หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสงจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เราดูแลนกด้วยกรง 2ขนาดในช่วงแรกต้องดูแลเข้มข้นกรงขนาด 50x80 ซม.และใช้ใส่นกตอนกลางวัน นำออกมาตากแดด และกลางคืนนำไปไว้ในสำนักงาน ซึ่งเป็นห้องมีกุญแจล้อกมิดชิด ส่วนกรงกลางขนาด 3x6 สูง3.5 เมตร จะเอานกมาปล่อย ออกกำลังกายและปรับตัว ปกติสัปดาห์ละ3-4 วันมีคนเฝ้าวันละ4-5ชม.จะดูว่าอากาศร้อน ก็จะเอากรงเล็กไปเปิดฝากรงเอาไส้เดือนล่อ นกจะกระโดดเข้ากรงเล็กมาเอง และเราทำต่อเนื่อมาเป็นระยะเวลา8ปี และนกก็สามารถอยู่รอดได้ มีสุขภาพดี
เจ้าหน้าที่บอกกับเราว่า ทันทีที่เราพบนกแต้วแล้วท้องดำตัวเมีย หลงเหลืออยู่ในธรรมชาติ ที่เขาประ-บางคราม จ.กระบี่ พวกเขาเริ่มมีความหวังขึ้นมาทันที ความคิดที่จะนำเจ้าแต้ว นกจากกรงเลี้ยงเพศผู้ ไปสู่โครงการฟื้นฟูประชากรนกแต้วแล้วท้องดำ หลังพบนกแต้วแล้วตัวเมีย หลงเหลืออยู่เพียงตัวเดียวในป่าราบต่ำเขาประ-บางคราม จังหวัดกระบี่ ด้วยการทดลองให้พวกมันจับคู่กันตามธรรมชาติ เพราะช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงผสมพันธุ์ของนกแต้วแล้วท้องดำ
เตือนใจ นุชดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า วิธีการจับคูนกแต้วแล้วท้องดำ หลังเคลื่อนย้ายจากสถานีคลองแสง จะยังไม่ปล่อย แต่ทำกรงขนาด 8x8 ต้องฝึกความเป็นนกป่าก่อน เพราะถ้านกจะจับคู่กันก็ต้องเกี่ยวพาราสี เอาคาบกื่งไม้ใบไม้มาทำรัง ถ้าสมมุติมีแนวโน้มจับคู่กัน ทางกรมต้องตัดสินใจทำกรงขนาดใหญ่กว่า 1 ไร่ เพราะนกแต้วแล้วท้องดำจะอาศัย พื้นที่ 300 ตารางเมตรเราจะต้องครอบคลุมพื้นที่ให้ใหญ่ และต้องระวังภัยจากงู คน และเฝ้าตลอด24 ชม.จะปล่อยตัวผู้จากรงเล็กสู่กรงใหญ่ เป็นการเลี้ยงนอกถิ่นอาศัย ทำในพื้นที่ให้เขาคุ้นชิ้นกัน และถ้าจับคู่ ปกติใช้เวลาออกไข่ 15วัน ฟัก15วัน และถ้าแม่นกไม่เลี้ยง ก็จะเอาลูกนกออกมา เปิดโอกาสให้เขาจับคู่กันอีก อาจจะได้ถีง 2ครั้งนี่เป็นระบบคิดทางวิชาการ
เกรียงศักดิ์ ศรีบัวรอด หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งความหวัง อยากจะเห็นว่านก 2 ตัวมาจับคู่กัน ผสมพันธ์ุกันได้ คิดว่านกตัวปรับตัวอยู่ในธรรมชาติ และนกตัวเมียยอมรับตัวผู้ โอกาสที่นกจับคู่ตามธรรมชาติ แต่ถ้ามีพฤติกรรมจับคู่กันได้ นี่จะเป็นครั้งแรกของโลกที่จะเห็นนกจากกรงเลี้ยง กับนกในธรรมชาติมีการทำรังวางไข่ เรายังบอกไม่ได้ แต่เป็นความก้าวหน้าเริ่มต้นทดลอง
ท่ามกลางความหวัง เรือนหอของแต้วแล้วท้องดำคู่สุดท้าย ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม นับ 10 คนช่วยกันประกอบกรงแบบน็อกดาวน์ ทรงแปดเหลี่ยม ทำจากเหล็ก ขนาด เมตร ถักด้วยเชือกอวน ที่มีรูกว้างหนึ่งเซนติเมตรถึง 3 ชั้น เพื่อป้องกันงูและสัตว์เล็กอื่นๆ เข้ามาทำร้ายเจ้าแต้วแล้วได้
เรือนหอนกแต้วแล้วถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่กลางป่า ปรับสภาพแวดล้อมให้ดูกลมกลืนกับต้นไม้ในธรรมชาติ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบนกแต้วแล้วตัวเมียไม่ถึง 200 เมตร
นายวุฒิพงษ์ ชูสังราชหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า แบบกรงที่เราทำแปดเหลี่ยมถอบประกอบให้อิงกับธรรมชาติไม่ตัดต้นไม้นกตัวผู้จะมาจะใช้พื้นที่มากกว่าที่เคยอยู่ และดูพฤติกรรมนกตัวเมีย มีสภาพพร้อมจับคู่ผสมพันธุ ส่ายหาง มันพร้อมเค็มที่ เราอยากได้นกตัวผู้มา
แม้จะยังไม่มีใครรู้ว่าโครงการจับคู่ให้กับพวกมันจะสำเร็จหรือไม่ แต่มาตรการเชิงรุกในการปกป้องป่าที่ราบต่ำ แหล่งอาศัยของนกแต้วแล้วที่เหลืออยู่เพียงคู่เดียวเริ่มต้นขึ้น โดยการผนวกพื้นที่เขตป่ารอยต่อที่ถูกบุกรุกอีกราว1,000 ไร่ เข้าเป็นเขตรักษาพันธุ์เขาประ-บางคราม พร้อมกับการสำรวจบ้านใหม่ให้นกแต้วแล้วท้องดำ รองรับไว้อย่างน้อย 4 พื้นที่ ซึ่งยังคงสภาพความเป็นป่าราบต่ำที่เหมาะกับนกชนิดนี้ประกอบด้วย เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าคลองนาคา จ.ระนอง อุทยานแห่งชาติเขาสก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จ.สุราษฎร์ธานี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา จ.กระบี่
วันนี้ทีมอารักขานกแต้วแล้วท้องดำ ยังคงต้องทำงานหนักมากขึ้น เนื่องจากชาวบ้านจำนวนมากยังมองไม่เห็นความสำคัญของนกชนิดนี้ เพราะหากมีนก นั่นหมายถึงพื้นที่การเกษตรก็จะถูกยึดคืน ปัญหาเหล่านี้ชาวบ้านที่นี่ต่างรู้ดี แต่มันก็เป็นโจทย์ใหญ่ที่กรมอุทยานแห่งชาติ ต้องบริหารจัดการพื้นที่เพื่อรักษาบ้านของพวกมันเอาไว้ให้ได้
อิศร์ สวัสดิภาพ สวัสดิภาพ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จังหวัดกระบี่ บอกว่า นกตัวนี้สำคัญมากครับเพราะว่าเราต้องคิดว่าทั่วโลกมีแค่2ทีไทยพม่าและไทยไม่พบมา3ปี เป็นตัวเดียวที่เหลือและพม่าเหลือขั้นวิฤติเป็นบริเวณที่เจอป่าที่ถูกบุกรุก ภารกิจเราหลักมันเหมือนกับอารักขาหนักมากครับเป็นภารกิจที่หนักมากเพราะเจ้าหน้าที่ต้องลาดตระเวนรอบนอกเพราะเข้าถึงง่ายบุกรุกน้อยปัญหาสำคัญคือการลาดล่าสัตว์
โยธิน มีแก้ว ชาวบ้านบางคราม จ.กระบี่ กล่าวว่า เป็นเรืองจริงที่กระแสส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องการ การขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์กับพท.ทำสวน ขณะที่นกก็จะต้องการพื้นที่
คำถามถ้ายังสถานการณ์แบบนี้แต้วแล้วจะสูญ สูญแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ จะเร็วหรือช้า หรือเราจะยื้อขึ้นกับหลายฝ่ายหลายส่วนที่เข้ามาจัดการ เราจะทำอย่างไรให้คงอยุ่ เราจะทำอย่างไรไม่ให้มันสูญพันธุ หรือยื้อระเวลา 10 ปี15 ปี
วันนี้เจ้าแต้ว ถึงเรือนหออย่างปลอดภัย สัญชาติญาณกลับมาทันทีเมื่อมันถึงบ้านหลังใหญ่คือเขาประ-บางคราม มันบินสูง เกาะต้นกะพ้อ กระโดดไปมา และส่งเสียงเรียกตัวเมีย ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าทั้งคู่อาจได้เจอกันเร็วๆนี้
นกแต้วแล้วท้องดำ สัตว์ป่าสงวนหายากและใกล้สูญพันธุ์ โครงการฟื้นฟูนกแต้วแล้วท้องดำ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญ และเป็นความหวังที่ทุกคนรอคอยจะสำเร็จได้หรือไม่