เพิ่มโทษคนแอบทิ้งสารอันตราย

รองเลขาปรมาณูเพื่อสันติ เผยอยู่ระหว่างหาต้นตอคนทิ้ง เอริเดียม192 รอ กม.ใหม่เพิ่มโทษคนเอาสารพิษทิ้งไม่ถูกที่ ยันคุม 700 สถานประกอบการ มีสารร้ายแรงได้ทั่วถึง
ข่าว
รองเลขาธิการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ นายกิตติศักดิ์ ชินอุดมทรัพย์ บอกถึงความคืบหน้ากรณีพบสารเอริเดียม192 ใน ซ.พหลโยธิน 24 ถูกทิ้งไว้ในอาคารร้าง ขณะนี้ได้นำเอาไปตรวจสอบที่สำนักงานแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไป คือหาต้นตอว่ากล่องดังกล่าว มีที่มาจากโรงงานใด และโรงงานใดนำมาทิ้งเอาไว้ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ เพราะอุปกรณ์ลักษณะที่มีสารกัมตรังสีอันตรายต้องขึ้นทะเบียนและขออนุญาติกับสำนักงานทุกชิ้น ซึ่งคาดว่าเร็ว ๆ นี้จะสามารถทราบว่าเป็นของใคร ซึ่งยืนว่าว่าคนที่นำมาทิ้งหรือเจ้าของต้องมีความผิดตามกฎหมาย การกำจัดสารเคมีอันตรายแน่นอน
โดยบทลงโทษของการนำเอาสารอันตรายมาทิ้งเช่นนี้ กฎหมายปัจจุบันถือว่าโทษเบามาก ดังนั้น ทางสำนักงานรมาณูเพื่อสันติได้เสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แก้กฎหมายนี้แล้ว เพื่อเพิ่มโทษให้แรงขึ้น ซึ่งอยู่ระกว่างการพิจารณาของ สนช. และปัจจุบัน มีบริษัท โรงานมีอุปกรณ์ที่มีสารกัมมันตรังสีอันตรายครอบครองอยู่ 700 แห่งด้วยกัน ยืนยันว่ามีการดูแลอย่างทั่วถึงขอให้ประชาชนสบายใจได้
ทั้งนี้พบว่าในพระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 มาตรา 22 ระบุว่า ผู้ใดนําหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร นําหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุ นิวเคลียร์พิเศษวัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกําลังโดยมิได้รับอนุญาต ตามมาตรา 13 ต้องระวางโทษ จําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ