นางสุภาพ กล่าวว่า มีการตั้งข้อสังเกตการหายตัวไปของสามีไว้ 4 ประเด็นคือ 1.อาจเดินพลัดหลงป่า 2. ถูกสัตว์ป่าทำร้าย 3.เป็นลม และ 4.โดนคนทำร้าย โดยพบว่าระหว่างที่ตนกับชาวบ้านจำนวน 10 คนออกตามหาสามีในพื้นที่สวนป่าโคกยางและริมลำน้ำพรมในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขียว พบท่อนไม้มีลักษณะคล้ายกับการใช้หามศพและมีคราบเลือดติดอยู่ จึงนำท่อนไม้มอบให้ ตำรวจ สภ.ห้วยยาง ไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นวันที่ 6 พ.ค. พบกองไฟขนาดใหญ่ 4 กองใกล้กับหน่วยพิทักษ์ป่าหนองไรไก่ และบริเวณลำน้ำพรม ใกล้กันพบชิ้นส่วนกระดูกซึ่งเก็บรวบรวมนำมามอบให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบว่า เป็นกระดูกมนุษย์หรือไม่
นางสุภาพ กล่าวว่า เชื่อว่าการหายตัวไปของนายเด่น น่าจะถูกอุ้มหายอย่างแน่นอน เพราะนายเด่นไม่เคยมีปัญหากับใคร มีเพียงการต่อสู้เรื่องสิทธิที่ดินทำกินตั้งแต่ปี 2521 มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้สั่งให้ชาวบ้านในชุมชนโคกยางทั้งหมดอพยพออกจากพื้นที่ โดยอ้าง พื้นที่ตรงนี้จะใช้ปลูกต้นยูคาลิปตัส และให้ไปอยู่ที่บ้านทุ่งลุยลาย แต่ชาวบ้านทุ่งลุยลายไม่ยอมให้พวกตนอาศัย ตนและชาวบ้านจึงอพยพกลับมายังชุมชนโคกยาวอีกครั้ง จนมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ โดยนายเด่นสามีของตน เป็นคนเรียกร้อยความยุติธรรมการขอที่ดินทำกินมาตลอด จนกระทั่งหายตัวไปในครั้งนี้
ด้าน ร.ต.อ.วัฒนา กล่าวว่า พนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้แล้วโดยจะสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง และเสนอรายงานต่อผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามลำดับชั้นต่อไป