เนชั่นทีวี

ข่าว

แฉนกต่ออุ้มฆ่าเสี่ยพล โยงฆ่าชิงทรัพย์

09 พ.ค. 2559 | wanchat

แฉนกต่ออุ้มฆ่าเสี่ยพล โยงฆ่าชิงทรัพย์

กาฬสินธุ์ - ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดทีมสืบสวนชุดใหญ่ลุยสางคดีอุ้ม เสี่ยพล ด้วยตัวเองเผยลง กรุงเทพฯ ฝังตัวแล้วนานกว่า 1 สัปดาห์ ระบุแนวทางสืบสวนยังไม่พบตำรวจ-ทหารเอี่ยวอุ้มฆ่า สงสัยนกต่อลวงฆ่าเหตุจากทำธุรกรรมทางที่ดินโยงประเด็นฆ่าชิงทรัพย์-หักผลประโยชน์ค่านายหน้า สาเหตุแบ่งเงินไม่ลงตัว ส่วนประเด็นชู้สาวภรรยาคนสุดท้ายยังไม่มาให้ปากคำเก็บตัวเงียบแต่อยู่ในที่ปลอดภัย ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าติดตามความคืบหน้าคดีในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้

จากกรณีพบศพ นายภาสพล รัตนตยาธิคุณ หรือ เสี่ยพลหรือตุ้ม อายุ 48 ปี นักธุรกิจหนุ่มและนักเรียนนอก ถูกยิงเสียชีวิตริมถนนสายสมเด็จ-ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่ง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลุยสางคดี และกำชับให้ตำรวจภูธรภาค 4 และ ตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ เร่งคลี่คลายคดี จนพบเบาะแสจากกล้องวงจรปิดจนและเตรียมที่จะสรุปสาเหตุและตัดประเด็นสำคัญเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2559 เวลา 10.30 น.ที่ห้องประชุมตำรวจศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ในฐานะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี พ.ต.อ.ทินณรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.วรการ บุญประคอง ผกก.สภ.สมเด็จ ได้ประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดี ประกอบด้วย พ.ต.ท.เกรียงไกร รับงาม ,พ.ต.ท.อุทัย เพ็งธรรม รอง ผกก.(สส.) ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ต.มนเทียน พลเยี่ยม สว.(สส.)ภ.จว.กาฬสินธุ์ และ พ.ต.ต.รพี สีพันนา สว.(สอบสวน) สภ.สมเด็จ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี เพื่อสรุปสำนวนและแนวทางการสืบสวนสอบสวน ซึ่งการสืบหาข้อเท็จจริงยังคงต้องใช้เวลาในการติดตามคดี


โดยภายหลังการประชุม พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า การสืบหามือสังหารในพื้นที่ยังคงเกาะติดในทุกประเด็น และเพื่อความละเอียดในสำนวน ซึ่งขณะนี้เป็นที่แน่ชัดว่า นายภาสพล (ผู้ตาย) ถูกยิงด้วยกระสุนนัดเดียว เข้าที่ท้ายทอย ส่วนร่องรอยในตัวนั้นไม่พบว่ามีรอยมัดมือมัดเท้าแต่อย่างใด แต่ในด้านหลักฐานในที่เกิดเหตุ รอยรองเท้าคอมแบทหรือรอยนิ้วมือแฝงยังเป็นเป็นหน้าที่ของพิสูจน์หลักฐานใช้ประกอบสำรวนภายหลังจากมีการจัดกุมมือสังหาร ซึ่งในส่วนของคดีนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอาจจะทำให้เสียรูปคดี และขณะนี้ พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนไปฝังตัวติดตามคดีที่กรุงเทพมหานครแล้ว


ผู้สื่อข่าวจึงได้โทรศัพท์ติดต่อและได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้นำทีมไปฝังตัวพร้อมกับสายสืบ โดยให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า การลงพื้นที่ฝังตัวที่กรุงเทพ เริ่มขึ้นตั้งแต่รู้ว่า นายภาสพล (ผู้ตาย) เป็นใคร โดยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 ซึ่งหากนับตั้งแต่พบศพ คือวันที่ 1 พฤษภาคม2559 รวมเกือบ 10 วัน และภายหลังจากได้เบาะแสตนได้เข้ามาฝังตัวติดตามคดีนี้ด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 ตลอดระยะเวลาการทำงานคดีนี้ ถือว่ามีความซับซ้อน โดยเฉพาะในเรื่องการแกะรอยและการตั้งประเด็น ซึ่ง เป็นที่ชัดเจนว่า เกิดจากปัญหาเรื่องเงินจากการขายที่ดิน รองลงมาเป็นเรื่องชู้สาว


พล.ต.ต.อภิชิต กล่าวว่า ชุดสืบสวนซึ่งลงมาขณะนี้แบ่งออกเป็น 4 ทีม คือ 1.ทีมติดตามกล้องวงจรปิด 2.ทีมติดตามปัญหาเรื่องที่ดิน 3.ทีมติดตามในเรื่องชู้สาวและ 4.เป็นประเด็นใหม่คือผู้ตายอาจจะถูกลวงมาฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ ทั้งนี้ผู้บังคับการฯให้เหตุผลว่า การทำธุรกรรมที่ดิน เกิดขึ้นจากการขายที่ดิน เพื่อชำระหนี้ซึ่งมูลค่าหนี้เกิดจาก นายวิรัช รัตนตยาธิคุณ (พ่อของผู้ตาย) เป็นหนี้ จึงได้เอาที่ดิน ในซอยประชาอุทิศ ขายใช้หนี้ เดิมซึ่งมีมูลค่าหนี้ทั้งหมด 120 ล้าน แต่เมื่อผ่านการประนอมหนี้ เจ้าหนี้พอใจให้ชำระ 80 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้จะทราบเพียงว่าที่ดินขายได้ 100 ล้านบาท จึงได้ ทำการจ่ายหนี้ไป 80 ล้านบาท เหลือ 20 ล้านบาท เป็นค่าเครื่องจักรโรงพิมพ์เก่า 6 ล้าน และเหลือเงินประมาณ 14 ล้านบาท ซึ่งเป็นของพ่อผู้ตายนั้น


ขณะนี้การสืบสวนทราบว่า จริงๆแล้ว ที่ดินดังกล่าว ขายได้ 115 บาท จำนวนเงินที่เกินมาจาก 100 ล้านบาท คือ 15 ล้านบาท ที่เป็นปมเหตุการณ์ฆาตกรรม ซึ่งเป็นไปได้ว่า เมื่อผู้ตายต้องการส่วนแบ่งค่านายหน้า ในจำนวนเงิน 15 ล้านบาท มีการแบ่งเงินกับนายหน้าแต่ผู้ตายไม่พอใจ ประเด็นนี้ ธงคำตอบ จึงมี 2 ประเด็น คือ1. กลุ่มนายหน้าค้าที่ดินอาจจะทำการจ้างวานให้อุ้มฆ่าเพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่ง 2.อาจจะมีการจ่ายส่วนแบ่งกันแล้วจากนั้นจึงซ้อนแผนทำการล่อลวงมาฆ่าเพื่อชิงทรัพย์พล.ต.ต.อภิชิต กล่าวว่า


พล.ต.ต.อภิชิต กล่าวต่อว่า หลักฐานที่ได้พบในวันที่ 29 เมษายน2559 ที่สำนักงานที่ดินเขตห้วยขวาง มี กลุ่มนายหน้าและผู้ตายได้ทำธุรกรรม ซึ่งก็มีท่าทีปกติไม่มีทีท่าใดๆทั้งสิน โดยผู้ตายได้เดินทางกลับมาโดยรถของผู้อื่นจากนั้นมาที่บ้านก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนรู้จักกันพาขึ้นรถตู้ ก่อนจะมาพบเป็นศพอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์


เบื้องต้นคดีนี้ ผลการสืบสวนทีมอุ้มฆ่า ยังไม่พบว่า มี ตำรวจ หรือ ทหาร เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กำลังเร่งสืบสวนไปยังกลุ่มมือปืนรับจ้างตามซุ้มต่างๆ ในกรุงเทพและเขตปริมนฑล เพราะผลการสืบสวนเชื่อว่ามีนกต่อ ที่ใกล้ชิดกับผู้ตาย ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็น ผู้หญิง อีกคนที่มีความสนิทสนมกับผู้ตาย ดังนั้นในเรื่องชู้สาวจึงยังไม่ตัดประเด็นนี้ทิ้ง โดยในขณะนี้ ตำรวจชุดสืบสวน ได้พบ ภรรยา ของผู้ตายแล้วจำนวน 4 คน เหลืออีกเพียง 1 คน ซึ่งถือเป็นคนสำคัญ ตำรวจยังไม่พบ แต่ทราบเพียงว่าอยู่ในสถานที่ปลอดภัย ซึ่งก็จะต้องทำการสอบสวนอีกครั้งเพื่อสรุปและตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องเชื่อว่าเป็นปัญหาเรื่องเงินอย่างแน่นอน


สำหรับคดีนี้ซึ่งเป็นคดีสำคัญ ล่าสุดมีรายงานว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมาประชุมเพื่อสรุปผลการสืบสวนอีกครั้ง


ข่าวล่าสุด