เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 6 พ.ค.ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.กีรติพนธ์ สุวรรณะพิชญารองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยพ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ. เมืองขอนแก่นพ.ต.ท.นรวัตน์ คำภิโล รองผกก.สส.สภ.เมืองขอนอแก่น พ.ต.ท.ภฤศ ภาสว่าง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น และชุดสืบสวนพยัคฆ์ สภ.เมืองขอนแก่นร่วมกันแถลงผลจับกุมนายอภิชาติ หรือนิค แสงกาญจน์ อายุ28ปี อยู่บ้านเลขที่171หมู่11ต.ศิลา อำเมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถคนอื่นทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสและทรัพย์เสียหาย ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรและไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียงเหตุเกิดในช่วงเที่ยงของวันที่28เม.ย.ที่ผ่านมา บนถนนศรีจันทร์ บริเวณหน้าร้านวุฒิพงศ์อะลูมิเนียม บ้านโคกฟันโปง ต.บ้านเป็ดอ.เมืองขอนแก่น
โดยกล้องวงจรปิดของร้านจำหน่ายอะลูมิเนียมบันทึกนาทีที่รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ฎม3891 กรุงเทพมหานครที่ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายรถจักรยาน2คันที่กำลังปั่นอยู่ริมทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิต2 ราย คือ นายชุมพล เกิดเกล้า อายุ 52 ปีและเด็กหญิงณัฐวดี ปั้นสำรอง อายุ2ขวบ และนางจิราอร กล่ำนาค อายุ 56ปี ยายของเด็กหญิงณัฐวดี ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุคนขับได้วิ่งหลบหนีลงไปในทุ่งหน้าข้างทางตั้งแต่วันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องจัดชุดสืบสวนออกติดตามตัวมาดำเนินคดีเป็นเวลาเกือบ 8วัน จนในที่สุดสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่จุดตรวจปฐมพร ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ในวันช่วงเช้าวันที่5 พ.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างที่กำลังโดยสารรถสายกรุงเทพฯ-ระนอง โดยตำรวจได้นำตัวมาแถลงข่าว โดยมีญาติของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเดินทางมาร่วมรับฟัง
จากการสอบสวนนายอภิชาติ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถคันมาคนเดียว และยอมรับว่าในคืนก่อนเกิดเหตุตนได้เสพยาเสพติดและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บ้าน ต่อมาในช่วงเช้านางสาวปุ้ยซึ่งเป็นเพื่อนของตนได้ขับรถมาเปลี่ยนกับตนที่บ้านดอนยาง ต.ศิลา จากนั้นตนได้ขับรถมานั่งดื่มเบียร์ที่บริเวณบึงหนองโคตร ต.บ้านเป็ด ก่อนจะขับรถออกจากบึงหนองโคตรไปหาเพื่อนที่อำเภอพระยืน แต่ระหว่างทางรู้สึกง่วงนอนจึงแวะซื้อเบียร์อีก1 กระป๋องแล้วดื่มมาในระหว่างขับรถ จนมาเกิดอุบัติเหตุชนรถจักรยาน โดยตนไม่ทราบว่ามีรถจักรยานปั่นอยู่ริมทาง
ทั้งนี้ ยังยอมรับว่าขับมาด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า140 กม./ชม.ภายหลังเกิดเหตุได้ออกมายืนดูบริเวณหน้ารถ แต่ด้วยความตกใจจึงรีบลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีไป จากนั้นจึงได้โทรศัพท์ให้เพื่อนมารับไปส่งบ้านที่บ้านดอนยาง ต.ศิลาอ.เมืองขอนแก่น ก่อนจะหนีไปกบดานตามที่ต่างๆ โดยช่วงแรกได้หนีไปบ้านญาติที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อไปยืมเงินจากญาติใช้เป็นค่ารถเดินทางลงไปที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเดินทางต่อไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่รถหมดจึงตัดสินใจหลบหนีไปหาญาติที่ จ.ชุมพร แต่ระหว่างหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจอยู่ที่บริเวณจุดตรวจปฐมพร ถ.เพชรเกษม ต.วังไผ่และได้ขึ้นไปตรวจสอบบนรถโดยสารจนสามารถจับกุมตนได้ ซึ่งตนรู้สึกผิดและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกราบขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
ด้านพ.ต.อ.กีรติพนธ์ สุวรรณะพิชญารองผบก.ภ.จว.ขอนแก่นกล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถคนอื่นทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสและทรัพย์เสียหาย ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรและไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียงส่วนข้อหาอื่นๆ เช่น การเสพสารเสพติดนั้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่พบในรถคันก่อเหตุ ทั้งกระป๋องเบียร์ อุปกรณ์การเสพยาเสพติด ส่งตรวจดีเอ็นเอ หากตรวจพบก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ตำรวจกำลังควบคุมตัวนายอภิชาติไปให้พยานชี้ตัวหลังจากการแถลงข่าวได้มีบรรดาญาติของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บกว่า10 คนพยายามกรูกันเข้าไปทำร้ายนายอภิชาติด้วยความโกรธแค้น แต่หลังจากที่ได้ฟังคำให้การจากปากผู้ต้องหาที่บอกว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อน และหลังเกิดเหตุผู้ต้องหาได้ลงมายืนดู แต่ไม่คิดจะให้การช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น หนำซ้ำยังหลบหนีไปโดยไม่ใยดี
นายชนะชัย ปั้นสำรอง อายุ34 ปีบิดาของเด็กหญิงณัฐวดี ผู้ตายกล่าวทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำร้ายจิตใจตนอย่างมาก เพราะต้องมาสูญเสียน้องกัสลูกสาวที่อายุเพียง2 ขวบไปอย่างกระทันหันและมารดาคือนางจิราอร ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเป็นปกติหรือไม่ ซึ่งจากการขาดสำนึกความรับผิดชอบของคนแค่คนเดียว แม้จะผ่านไปแล้วหลายวันแต่ตนและคนในครอบครัวก็ยังไม่สามารถทำใจยอมรับได้ โดยเฉพาะภรรยาของตนที่ยังอยู่ในอาการเศร้าสลดกับการสูญเสียในครั้งนี้
"ผมแทบเสียหลัก เพราะที่ผ่านมาน้องกัสคือกำลังใจที่ทำให้ผมต่อสู้กับงานมาตลอด เมื่อต้องมาเสียลูกไปอย่างกระทันหันแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ที่ทำได้ตอนนี้คงเป็นการให้กำลังใจกันและกันของญาติพี่น้องให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และต้องช่วยกันดูแลแม่ที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อฟื้นขึ้นมาจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอให้ได้รับผลกรรมจากการกระทำที่ก่อขึ้นในครั้งนี้" นายชนะชัย กล่าว