กรมศุลกากร เรียกประชุมผู้บริหาร พร้อมผู้แทนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง องค์กรอิสระ และหน่วยงานตรวจสอบจำนวน 21 หน่วยงาน เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมชิปปิ้งแห่งประเทศไทย และองค์การต่อต้านคอรัปชั่น และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เป็นต้น เพื่อรับฟังความเห็นและร่วมสร้างมาตรการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในการนำเข้าและส่งออกผ่านพิธีการกรมศุลกากร วานนี้ (4พ.ค.)
นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลมีแนวคิดจะแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มค่าปรับของการทำความผิดสำแดงราคานำเข้าต่ำกว่าเป็นจริง เพื่อให้เสียภาษีต่ำ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะเพิ่มค่าปรับเป็น 7-10 เท่า จากปัจจุบันที่อัตราปรับสูงสุดไม่เกิน 4 เท่า และในทางปฏิบัติอาจปรับเพียง 1-2เท่า ขณะที่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว กำหนดค่าปรับสูงถึง 10เท่า เช่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นต้น
นอกจากการเพิ่มค่าปรับแล้ว หากพบว่าชิปปิ้ง มีการทำความผิด กรมศุลกากร อาจจะระงับการผ่านพิธีการด้านศุลกากร และรวมถึงเพิกถอนทะเบียนตัวแทนออกของที่กระทำผิด อีกทั้งยังจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลของบริษัทที่ทำความผิดเผยแพร่บนเว็บของกรมฯอีกด้วย
มาตรการป้องกันการทุจริตรวมถึงการลงโทษจะมีความเข้มขึ้น เพื่อให้การทำความผิดน้อยลง โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ศุลกากร โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาตามด่านศุลกากรต่างๆทั่วประเทศ ต้องสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้กระทำความผิด ซึ่งหากผู้ใต้บังคับบัญชาทำผิด ผู้บังคับบัญชาของด่านนั้นจะต้องรับผิดชอบด้วย
นอกจากนี้ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรจากส่วนกลาง เป็นผู้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากร ได้เอง เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรนั้นๆ จะต้องรับผิดชอบด้วย(ถูกลงโทษ) ซึ่งเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมานี้ ตนได้เชิญนายด่านศุลกากรทั่วประเทศ ให้มาประชุม เพื่อลงนามในข้อตกลงนี้
ในด้านของการวางระบบของการทำงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากรนั้น กรมจะดำเนินการวางระบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากร ลดการใช้ดุลพินิจ ซึ่งเป็นช่องทางให้เกิดการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้แก่เจ้าหน้าที่ได้ ด้วยการจัดทำฐานข้อมูลราคาสินค้า เพื่อเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบราคาสินค้านำเข้าที่สำแดงในใบขนสินค้า โดยพิจารณาราคาสินค้านั้นๆในตลาดว่าขายกันในราคาใด และรวมถึงสภาพข้อเท็จจริงของสินค้าที่นำเข้ามาว่าเป็นอย่างไร ประกอบในการกำหนดราคา
สำหรับการแก้ไขกฎหมายศุลกากร ว่าด้วยเรื่อง รางวัลและสินบนนำจับ ในกรณีความผิดฐานชำระภาษีไม่ถูกต้องนั้น ปัจจุบันอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฏีกา หลักการคือพยายามแก้ไขโดยลดรางวัลที่ให้แก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร และสินบนนำจับที่ให้แก่ สาย ที่แจ้งเบาะแสจนนำจับได้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทำให้กรมศุลกากรโปรงใสขึ้น เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้องเรียนว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากร มีแนวโน้มที่จะจ้องจับผิด เนื่องจากมีเงินรางวัลสูง
ในกฎหมายปัจจุบัน กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าศุลกากร ที่มีส่วนในการจับกุมผู้กระทำความผิด โดยกำหนดให้เงินรางวัล คิดเป็น 25% ของค่าปรับ (ค่าปรับ เท่ากับ 4 เท่าของราคาสินค้า บวกภาษีนำเข้าที่จ่ายขาดไป) ขณะที่ สาย จะได้ 30%โดยไม่ได้capวงเงินรางวัลและสินบนนำจับไว้ แต่การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว จะcapวงเงินดังกล่าวไว้ ไม่เกิน 5-10ล้านบาท