เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 28 เมษายน ที่ห้องประชุมสิริคุณากร สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผศ.ดร.นิภา มิลินทวิสมัย นักวิจัยจากภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แถลงข่าวในงานนักวิจัย มข.พบสื่อมวลชน ประจำเดือนเมษายน 2559 หลังทีมนักวิจัยได้ทำการค้นพบยีสต์สายพันธุ์ใหม่ ที่สามารถเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนเซลล์ได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถผลิตเอทานอลได้สูงในระดับอุตสาหกรรม
ผศ.ดร.นิภา เปิดเผยว่า การค้นพบยีสต์สายพันธุ์ใหม่ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเชื้อจุลชีพโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้ชื่อ แซคคาโรไมซิส ซิริวิซิอี เคเคยู 6 M 4.1 หรือ ยิสต์สายพันธุ์ มข.โดยทีมนักวิจัยได้ศึกษาเรื่องการแยกเชื้อยีสต์ที่ผลิตเอนไซม์อินเวอร์เทสสูง เพื่อใช้ในการเพิ่มมูลค่าของน้ำตาลทราย แต่ผลการวิจัยกลับพบว่ายีสต์ชนิดนี้ยังสามารถผลิตเอทานอลได้สูงด้วย จึงทำการวิจัยในเรื่องนี้ใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งก็พบว่ายีสต์สายพันธุ์นี้สามารถผลิตเอทานอลได้สูงที่สุด เมื่อทดลองเปรียบเทียบในกลุ่มยีสต์ที่ในระดับเดียวกัน โดยมีคุณสมบัติในการผลิตเอทานอลได้สูง เจริญได้อย่างรวดเร็ว และยังทนต่อไบโอไซด์ซึ่งเป็นสารยับยั้งจุลินทรีย์ในกระบวนการผลิตน้ำตาลและปนมากับน้ำตาลที่ใช้ในเป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอลในอนาคตจึงมีความเป็นไปได้ว่าโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตเอทานอลในประเทศไทยอาจไม่ต้องนำเข้าเทคโนโลยีการผลิตพร้อมยีสต์จากต่างประเทศ
ล่าสุด มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ขยายผลงานวิจัยสู่ระดับอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอล แก่ บริษัท ขอนแก่นแอลกอฮอล์ จำกัด ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 ผลการศึกษาในระดับโรงงานพบว่า ยีสต์สายพันธุ์ที่ค้นพบ มีประสิทธิภาพในการผลิตได้สูงกว่ายีสต์เดิมที่โรงงานใช้อยู่ โดยคำนวนตั้งแต่กระบวนการใช้กากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบ การผลิตเชื้อยีสต์ และกระบวนการหมักจนถึงกระบวนการกลั่นเอทานอล ที่สูงกว่าประมาณ 6.4 เปอร์เซ็น จากกำลังการผลิตของโรงงาน 150,000 ลิตรต่อวัน
ความสำเร็จของงานวิจัยนี้ ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอต่อการผลิตยีสต์ในเชิงอุตสาหกรรมใช้เองภายในประเทศ โรงงานที่ผลิตเอทานอลไม่จำเป็นต้องนำเข้ายีสต์จากต่างประเทศ เพราะสามารถใช้ยีสต์สายพันธุ์ มข. ที่มีคุณภาพไม่ด้อยไปกว่ายีสต์จากต่างประเทศ มีประสิทธิภาพด้านผลผลิตเอทานอลที่สูงกว่า และไม่ต้องใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต ลดมลพิษ และพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี ผศ.ดร.นิภา กล่าว