เนชั่นทีวี

ข่าว

จับแก๊งโคลัมเบีย ตระเวนงัดตู้เซฟ

28 เม.ย. 2559 |

จับแก๊งโคลัมเบีย ตระเวนงัดตู้เซฟ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพสินธ์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.จักริน พิริยะจิตตะ สว.สส.กก.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ธนะเมศฐ วิจิตรจริยา สว.สส.กก.2 บก.สส.บช.น.ร่วมกันแถลงการจับกุม นายคริสเตียน โรเบลโด ดอนเน่ อายุ 27 ปี สัญชาติโคลัมเบีย นายเกรสสัน โจอัน เฮอนันเดส โกเมส อายุ 27 ปี สัญชาติโคลัมเบีย แก๊งค์ชาวโคลัมเบียตระเวนงัดตู้เซฟ พร้อมของกลาง ทองคำแท่งหนัก 62.84 กรัม แหวนทองคำ กรอบพระทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ เงินสดต่างประเทศ ฯลฯ รวมกว่า 71 รายการ สามารถจับกุมได้ที่ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาอ่อนนุช ซอยสุขุมวิท 77 แขวงพระโขนง เขตวัฒนา กทม.


     

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 59 ในพื้นที่ กทม.และจังหวัดใกล้เคียง คนร้ายมีลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ จำนวน 4 คน ใช้รถยนต์โตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา และรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีขาว ตระเวนเข้าหมู่บ้านที่มีขนาดใหญ่ เพื่อเข้าไปงัดตู้เซฟและลักเอาทรัพย์สินมีค่าไป จากการสืบสวนพบว่าคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน จากนั้นชุดทำงานได้ทำการลงพื้นที่สืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุตำรวจพบว่ากล้องวงจรปิดที่ดอนเมืองและท่าข้าม พบรถเก๋งโตโยต้าวีออส และรถเก๋งโตโยต้ายาริส ที่มีลักษณะตรงกัน 



จึงทำให้ทราบว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ต่อมาทางพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมืองจึงรวบรวมพยานหลักฐานไปขออนุมัติศาลอาญา รัชดาฯ ออกหมายจับชายชาวโคลัมเบียทั้ง 2 ราย ก่อนไปจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อ่อนนุช พร้อมเพื่อนสาวชาวไทยขณะกำลังนำของกลางทองคำแท่ง แหวนทองคำ กรอบพระทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ เงินสดต่างประเทศ ตำรวจจึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสมาชิกแก๊งค์ชาวโคลัมเบียอีก 2 รายไหวตัวทันหลบหนีไปได้ โดยหนึ่งในนั้นเป็นหัวหน้าแก๊งชื่อนายโรรีเกวส ได้นำรถเก๋งโตโยต้าวีออสไปจอดทิ้งไว้ที่ พัทยา จ.ชลบุรี ก่อนหลบหนีไป จึงนำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำที่ บก.สส.บช.น. พร้อมประสานงานให้ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายเข้าลักทรัพย์มาตรวจสอบทรัพย์สิน มีผู้เสียหายหลายรายมาชี้ยืนยันทรัพย์สินของกลางว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักเอาไป

      


พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า พฤติกรรมของคนร้ายจะออกขับรถตระเวนดูบ้านที่คาดว่าจะมีทรัพย์สิน ส่วนใหญ่จะดูในช่วงกลางวัน เพราะเป็นช่วงเวลาคนไปทำงานจะไม่ค่อยอยู่บ้านและใช้วิธีการไล่กดกริ่ง ถ้ามีคนออกมาจะแกล้งทำเป็นมาผิดบ้าน ถ้าไม่มีก็จะลงมือทำ โดยใช้ไขควงและชะแลงในการงัดตู้เซฟ เพื่อนำของมีค่าไปขายและส่งกลับบ้าน รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 22 ล้านบาท ขณะนี้กำลังออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 2 ราย ส่วน น.ส.พรอนงค์ ได้ส่งตัวไปดำเนินคดีที่ระยองในข้อหารับของโจร เพราะเป็นพื้นที่ก่อเหตุ 

     


จากการสอบสวน ผู้ต้องหาจะไม่กลัวกล้องวงจรปิด แต่จะกลัวสัญญาณเตือนภัยมากกว่า เพราะถ้าดังขึ้นจะยากต่อการโจรกรรม รวมถึงจะต้องทำหนังสือถึงบริษัท DHL ที่ขนส่งของว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวกับกรณีการส่งของที่โจรกรรมได้กลับประเทศโคลัมเบียผ่านทางบริษัทขนส่ง ต้องช่วยกันตรวจสอบทั้งเจ้าหน้าที่และทางบริษัท อยากฝากให้ช่วยกันป้องกันทรัพย์สินของตนหากไม่อยู่บ้าน เช่น ติดสัญญาณเตือนภัยและกันขโมย หาคนมาเฝ้าบ้าน ฝากเพื่อนบ้านหากไว้ใจได้ หรือฝากไว้กับตำรวจ

    


ทั้งนี้ พบว่าคนร้ายก่อเหตุในพื้นที่ กรุงเทพปริมณฑลและจังหวัดระยอง รวม 9 ครั้ง ได้ทรัพย์สินไป รวมมูลค่ากว่า 22,193,500 บาท ผู้เสียหายส่วนใหญ่ทำงานเป็นอัยการ ผู้พิพากษา กรมศุลกากร และชาวบ้านที่ค่อนข้างมีฐานะ


     

เบื้องต้นแจ้งข้อหานายคริสเตียน าและนายเกรสสัน ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์สินหรือโดยผ่าน สิ่งเช่นนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ ในเวลากลางคืน โดยใช้พาหนะเพื่อสะดวกแก่การหลบหนี หรือรับของโจร นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด