พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 59 ในพื้นที่ กทม.และจังหวัดใกล้เคียง คนร้ายมีลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ จำนวน 4 คน ใช้รถยนต์โตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา และรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีขาว ตระเวนเข้าหมู่บ้านที่มีขนาดใหญ่ เพื่อเข้าไปงัดตู้เซฟและลักเอาทรัพย์สินมีค่าไป จากการสืบสวนพบว่าคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน จากนั้นชุดทำงานได้ทำการลงพื้นที่สืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุตำรวจพบว่ากล้องวงจรปิดที่ดอนเมืองและท่าข้าม พบรถเก๋งโตโยต้าวีออส และรถเก๋งโตโยต้ายาริส ที่มีลักษณะตรงกัน
จึงทำให้ทราบว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ต่อมาทางพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมืองจึงรวบรวมพยานหลักฐานไปขออนุมัติศาลอาญา รัชดาฯ ออกหมายจับชายชาวโคลัมเบียทั้ง 2 ราย ก่อนไปจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อ่อนนุช พร้อมเพื่อนสาวชาวไทยขณะกำลังนำของกลางทองคำแท่ง แหวนทองคำ กรอบพระทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ เงินสดต่างประเทศ ตำรวจจึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสมาชิกแก๊งค์ชาวโคลัมเบียอีก 2 รายไหวตัวทันหลบหนีไปได้ โดยหนึ่งในนั้นเป็นหัวหน้าแก๊งชื่อนายโรรีเกวส ได้นำรถเก๋งโตโยต้าวีออสไปจอดทิ้งไว้ที่ พัทยา จ.ชลบุรี ก่อนหลบหนีไป จึงนำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำที่ บก.สส.บช.น. พร้อมประสานงานให้ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายเข้าลักทรัพย์มาตรวจสอบทรัพย์สิน มีผู้เสียหายหลายรายมาชี้ยืนยันทรัพย์สินของกลางว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักเอาไป
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า พฤติกรรมของคนร้ายจะออกขับรถตระเวนดูบ้านที่คาดว่าจะมีทรัพย์สิน ส่วนใหญ่จะดูในช่วงกลางวัน เพราะเป็นช่วงเวลาคนไปทำงานจะไม่ค่อยอยู่บ้านและใช้วิธีการไล่กดกริ่ง ถ้ามีคนออกมาจะแกล้งทำเป็นมาผิดบ้าน ถ้าไม่มีก็จะลงมือทำ โดยใช้ไขควงและชะแลงในการงัดตู้เซฟ เพื่อนำของมีค่าไปขายและส่งกลับบ้าน รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 22 ล้านบาท ขณะนี้กำลังออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 2 ราย ส่วน น.ส.พรอนงค์ ได้ส่งตัวไปดำเนินคดีที่ระยองในข้อหารับของโจร เพราะเป็นพื้นที่ก่อเหตุ
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาจะไม่กลัวกล้องวงจรปิด แต่จะกลัวสัญญาณเตือนภัยมากกว่า เพราะถ้าดังขึ้นจะยากต่อการโจรกรรม รวมถึงจะต้องทำหนังสือถึงบริษัท DHL ที่ขนส่งของว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวกับกรณีการส่งของที่โจรกรรมได้กลับประเทศโคลัมเบียผ่านทางบริษัทขนส่ง ต้องช่วยกันตรวจสอบทั้งเจ้าหน้าที่และทางบริษัท อยากฝากให้ช่วยกันป้องกันทรัพย์สินของตนหากไม่อยู่บ้าน เช่น ติดสัญญาณเตือนภัยและกันขโมย หาคนมาเฝ้าบ้าน ฝากเพื่อนบ้านหากไว้ใจได้ หรือฝากไว้กับตำรวจ
ทั้งนี้ พบว่าคนร้ายก่อเหตุในพื้นที่ กรุงเทพปริมณฑลและจังหวัดระยอง รวม 9 ครั้ง ได้ทรัพย์สินไป รวมมูลค่ากว่า 22,193,500 บาท ผู้เสียหายส่วนใหญ่ทำงานเป็นอัยการ ผู้พิพากษา กรมศุลกากร และชาวบ้านที่ค่อนข้างมีฐานะ
เบื้องต้นแจ้งข้อหานายคริสเตียน าและนายเกรสสัน ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์สินหรือโดยผ่าน สิ่งเช่นนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ ในเวลากลางคืน โดยใช้พาหนะเพื่อสะดวกแก่การหลบหนี หรือรับของโจร นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป