เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ นายอำเภอถลาง นายยงยุทธ กาญจนานุรักษ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง นายมาแอ่น สำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล (อบต.เชิงทะเล) นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ทัพเรือภาค3ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เทศกิจ อบต.เชิงทะเล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า200นาย
นำเครื่องจักรและอุปกรณ์เข้าทำการรื้อถอนอาคารร้านอาหารและสิ่งปลูกสร้างในที่สาธารณะหาดเลพัง ลายัน ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตามนโยบายการจัดระเบียบชายหาดคืนพื้นที่สาธารณะของ คสช.ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี 2557จำนวน 10 ร้าน แต่ดำเนินการได้เพียง 8 ร้าน เนื่องจากอีก 2 ร้าน อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หลังจากได้ดำเนินการในส่วนของอาคารสิ่งปลูกสร้างบริเวณหาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จำนวนกว่า 30 ร้าน เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา
ในการเข้ารื้อสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่หาดเลพัง-ลายันในครั้งนี้ เริ่มดำเนินการที่ร้านโทนี่ซีฟู้ดเป็นร้านแรก ซึ่งในระหว่างที่ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าทำการรื้อถอน ทางนายกนกพล สมรักษ์ หรือโทนี่ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านฯ พร้อมพวกได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอให้มีระงับการรื้อถอนอาคารร้านอาหารดังกล่าวออกไปก่อน เนื่องจากขณะนี้ได้มีการยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช
ทั้งนี้ ในส่วนของนายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าฯ ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ นายอำเภอถลางนายยงยุทธ กาญจนานุรักษ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลางนายมาแอนสำราญ นายก อบต.เชิงทะเล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้พยายามชี้แจงข้อมูลของฝ่ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งระบุว่าตามที่เจ้าของร้านฯ ได้ร้องศาลปกครอง 3 ข้อ คือ 1.ร้อง นายก อบต.เชิงทะเล กรณีทางร้านยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารแต่ ทาง อบต.ไม่ตอบรับคำยื่นและไม่ให้เหตุผลใดๆ 2.ร้องขอให้ระงับคำสั่งรื้อถอนอาคาร และ 3.ร้องขอคุ้มครองการรื้ออาคารถอนชั่วคราว โดยศาลรับคำร้องเพียงข้อแรกแต่สองข้อหลังนั้นศาลไม่รับคำร้อง และการเข้าดำเนินการของเจ้าหน้าที่นั้นก็ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายอย่างเป็นขั้นตอน โดยใช้เวลาเจรจากว่าหนึ่งชั่วโมง สุดท้ายทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการรื้อถอนตามที่ได้แจ้งไว้ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ขณะเดียวกันก็มีทางเจ้าของร้าน พนักงาน และชาวบ้านในพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ
นายมาแอ่น สำราญ นายก อบต.เชิงทะเล กล่าวว่า การเข้ารื้อถอนร้านอาหารบริเวณหาดเลพัง-ลายันในครั้งนี้ มีทั้งหมด10ร้าน แต่จะทำการรื้อถอนเพียง8ร้าน เนื่องจากอีกสองร้านอยู่ระหว่างการร้องต่อศาลปกครองซึ่งต้องรออีกประมาณ30วัน โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณะ มีจำนวน178ไร่ โดยอยู่ระหว่างการประกาศเป็นนสล. และมีบางส่วนซึ่งไม่มีปัญหาได้ดำเนินการขึ้นทะเบียน นสล.ไปแล้ว ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จก็จะมีการปรับพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน
ขณะที่นายฉันนะ สุวรรณ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของร้านโทนี่ซีฟู้ด กล่าวว่า ในฐานะของผู้ประกอบการมองว่า การเข้ามาทำการรื้อถอนอาหารของเจ้าหน้าที่นี้ครั้งนี้เป็นการดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอน เพราะไม่ได้มีการปิดประกาศให้ทางผู้ครอบครองอาคารได้รับทราบและเตรียมตัวในการนำทรัพย์สินออกจากอาคาร เหมือนกับที่มีการปิดประกาศก่อนที่จะทำการรื้อถอนในพื้นที่อื่นๆ โดยก่อนหน้านี้ในปี 2557 ซึ่งเราได้สร้างร้านอยู่บริเวณหน้าชายหาด ก็ได้มีการรื้อถอนไปแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นก็ได้ขยับมาอยู่ในพื้นที่ที่เรามีเอกสารสิทธิถูกต้องเป็น นส.3 ก เลขที่ 1363 เนื้อที่ประมาณ 14 ไร่ และที่ผ่านมาก็ได้มีการยื่นขออนุญาตเพื่อก่อสร้างอาคารแล้ว แต่ปรากฏว่าทาง อบต.เชิงทะเล ได้อ้างว่ามีเอกสารบางส่วนหายไป ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่สาธารณะและได้ประกาศเป็น นสล. แล้วนั้น อยากทราบเหมือนกันว่าประกาศเมื่อใด สำหรับการดำเนินการหลังจากนี้ก็จะต้องมีการพูดคุยกันในหุ้นส่วนทั้งหมด เพราะเมื่อร้านถูกรื้อไปแล้วก็ทำให้พนักงานของร้านซึ่งมีร่วม 60 คน ได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ก็ต้องหาวิธีการช่วยเหลือต่อไป นอกจากนี้ทางเจ้าของร้านเองก็พยายามอธิบายว่ามีการยื่นเพื่อให้มีการระงับการรื้อถอนออกไปก่อน เพราะเรื่องอยู่ในชั้นศาลปกครอง แต่ทางจังหวัดก็ไม่รับฟัง ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องเป็นร้านนี้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน (27 เม.ย.59) ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าฯ พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ นายอำเภอถลาง นายยงยุทธ กาญจนานุรักษ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง และนายมาแอ่น สำราญ นายก อบต.เชิงทะเลได้แถลงข่าวยืนยันถึงการเข้าไปดำเนินการรื้อถอนอาคารร้านโทนี่ซีฟู้ด ว่า ทุกอย่างดำเนินการไปตามขั้นตอนตามกฎหมายทุกประกาศ เพราะพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นที่สาธารณะ และการก่อสร้างอาคารนั้นก็ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพราะไม่สามารถที่จะอนุญาตได้ ส่วนที่บอกว่ามีการไปร้องต่อศาลปกครองนั้นก็ยังไม่ได้เข้ากระบวนการพิจารณาของศาล รวมทั้งในการร้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราชนั้น ศาลก็รับเพียงข้อเดียวคือ การร้องนายก อบต.เชิงทะเล กรณีทางร้านยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารแต่ ทาง อบต.ไม่ตอบรับคำยื่นและไม่ให้เหตุผลใดๆ ซึ่งก็ว่ากันตามขั้นตอน ส่วนอีกสองข้อนั้นก็ยกไป กรณีการอ้างเอกสารสิทธิ นส.3 ก ก็เช่นกัน จากการตรวจสอบพบว่าเอกสารดังกล่าวได้ถูกเพิกถอนไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2523 รวมทั้งขณะนี้ได้อยู่ในขั้นตอนของการประกาศเป็นหนังสือสำคัญที่หลวง หรือ นสล.
นายโชคดี กล่าวย้ำว่า การดำเนินการกับร้านอาหารแห่งนี้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และใช้เวลาพอสมควร ทั้งๆ ที่ทาง อบต.เชิงทะเลได้สั่งให้ระงับการใช้อาคารไปแล้ว แต่ผู้ครอบครองก็ยังเพิกเฉย จนมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอย่างรอบคอบ จนครบตามกระบวนการจึงต้องเข้าทำการรื้อถอน เพราะหากไม่ดำเนินการใดๆ ก็จะทำให้การดำเนินการที่ผ่านมาล้มเหลวทั้งหมด และจะไม่สามารถตอบคำถามในส่วนที่รื้อไปแล้วก่อนหน้านี้ได้ เพราะที่ผ่านมาก็มีการรื้อถอนอาคารสิ่งปลุกสร้างต่างๆ ที่บุกรุกพื้นที่ชายหาดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ร้าน โดยส่วนนี้เป็นส่วนที่เหลือเนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย แต่เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการเรียบร้อยก็ต้องดำเนินการต่อ เพื่อคืนพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน