ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เดินทางมาตรวจดูความเรียบร้อยและความครบถ้วนของสำนวนคดีที่นายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหาขับรถเบนซ์ชนท้ายรถยนต์ฟอร์ด เป็นเหตุให้ น.ส.ธัญฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย และ นายกฤษณะ ถาวร สองนักศึกษาปริญญาโท ถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณทางต่างระดับบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะมีการนำสำนวนส่งให้พนักงานอัยการ เพื่อสั่งฟ้องผู้ต้องหาวันนี้ โดยมีญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เดินทางมาด้วย
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักทิพย์ ชัยจินดา ให้มาตรวจสอบสำนวนร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แจ้ง 8 ข้อกล่าวหา แก่นายเจนภพ ได้แก่
1. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และผู้อื่นถึงแก่ความตาย
2. ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ
3. ขับรถในขณะเมาสุรา หรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
4. ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของบุคคลอื่น
5.ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด
6.เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
7.เป็นผู้ขับขี่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานสอบสวนที่สั่งให้มีการทดสอบผู้ขับขี่ว่าหย่อนความสามารถ ในการที่จะขับขี่จากการเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
8.ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามหน้าที่ที่กฎหมายให้ไว้ แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยไม่มีข้อแก้ตัวและเหตุผลโดยสมควร
ส่วนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่ญาติของผู้เสียชีวิตขอให้พนักงานสอบสวนแจ้งเพิ่มนั้น ยังไม่มีข้อบ่งชี้ชัดว่า ผู้ต้องหามีเจตนาฆ่าผู้อื่น แต่หากญาติจะไปฟ้องเอง หรือจะยื่นหลักฐานกับอัยการเพิ่มเติม ก็สามารถทำได้ ซึ่งข้อกล่าวหาที่แจ้งทั้งหมดนั้น อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลพยานหลักฐานทุกด้าน มีประจักษ์พยานที่หนักแน่น รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องรออัยการลงความเห็นต่อไป ยอมรับว่า แม้คดีนี้จะไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ แต่เป็นคดีที่สะเทือนใจ ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการหาหลักฐานไปสู่คนที่กระทำผิด