ได้ร่วมลงนามบันทึกเจตนารมณ์การจัดตั้งสมาพันธ์ดิจิทัลไทย (Thai Digital Confederation) เพื่อเป็นเครือข่ายการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน
การจัดตั้งสมาพันธ์ดิจิทัลไทย มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งดังต่อไปนี้
1. จรรโลงไว้ ซึ่งอุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศไทยให้สามารถเติบโตและขยายตัวไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. สร้างความมั่นใจว่ากฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลเอื้อต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศไทย
3. เสริมสร้างบรรยากาศสังคมอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยให้เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นโดยเสรีและมีความรับผิดชอบ
ทั้งนี้ ผู้แทนสมาคมและชมรมที่เข้าร่วมลงนามจัดตั้งสมาพันธ์ดิจิทัลไทย ประกอบด้วย1. นายศิวัตร เชาวรียวงษ์นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย)
2. นายศุภเสฏฐ์ ชูชัยศรีนายกสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย3. นายภาวุธ พงษ์วิทยภาณุนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย4. นายอนันต์ แก้วร่วมวงษ์
นายกสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย5. นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย6. นางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผลนายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
7. นายไผท ผดุงถิ่นนายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่8. นายอัครวุฒิ ตำราเรียงอุปนายกสมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส9. นายเมธา สกาวรัตน์ประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ
นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ได้กล่าวถึงที่มาการจัดตั้งสมาพันธ์ดิจิทัลไทยว่า "เนื่องจากได้ยินจากหลาย ๆ ท่านในภาคธุรกิจไอที ซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการออนไลน์ พูดถึงปัญหาต่าง ๆ อาทิ เช่น บุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลหายาก, ทักษะไม่ตรงกับที่ต้องการ หรือแม้กระทั่งปัญหาที่คนทั่วไปพบเจอเช่น ด้านกฎหมาย, ลิขสิทธิ์, พรบ.คอมพิวเตอร์, ภาษีต่างๆ จึงคิดว่าปัญหาเหล่านี้สมาคมใดสมาคมหนึ่งคงไม่สามารถที่จะติดตามได้โดยเฉพาะถ้ามองในแง่ธุรกิจ คือเรากําลังถูกคุกคามจากธุรกิจต่างชาติ ซึ่งถ้าต่างคนต่างอยู่น่าจะไม่ไหวนอกจากเรื่องธุรกิจยังมีเรื่องกฎระเบียบข้อบังคับด้วย ซึ่งเรื่องพวกนี้ทําคนเดียวไม่ได้จึงคิดว่าน่าจะมีการรวมตัวเป็นสมาพันธ์ เพื่อร่วมมือกันทํางานในบางส่วน ซึ่งน่าจะเป็นผลพลอยได้ เช่น เรื่องการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน"
อย่างไรก็ตามหลังจากดำเนินการจัดตั้งสมาพันธ์ฯ แล้ว ผู้แทนจากสมาคมและชมรมจะส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและดำเนินกิจกรรมเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้นอย่างน้อย 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง และหากจะมีองค์กรอื่นเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาพันธ์ฯ ในอนาคต จะต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์กรที่ร่วมก่อตั้งอย่างเป็นเอกฉันท์ เช่นเดียวกับการยกเลิกสมาพันธ์ก็ให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน