คดี "สุเทพ" ฟ้อง 3 อดีต กกต.

วันนี้ ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดียื่นฟ้อง 3 อดีต กกต. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการสอบสวนพรรคไทยรักไทย ว่าจ้างพรรคขนาดเล็กในการเลือกตั้งเมื่อปี 2549
ข่าว
คดีนี้ มีการฟ้องเมื่อปี 2549 ขณะที่เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ขณะนั้นคือ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ กับ 2 กกต .คือนายปริญญา นาคฉัตรีย์ และนายวีระชัย แนวบุญเนียร ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 มาตรา 24 และ 42กรณีไม่เร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ข้อร้องเรียนกล่าวหาพรรคไทยรักไทย ว่าจ้างพรรคขนาดเล็กคือพรรคแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย ลงรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน 2549 โดยพลัน ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จ จริงและการวินิจฉัย พ.ศ.2542 จนมีการกล่าวขานว่า กกต.มีเจตนาประวิงเวลา เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อพรรคไทยรักไทยโจทก์ได้ร้องเรียนกับจำเลยทั้ง 3 เมื่อ 20 มีนาคม 2549 ว่าพรรคไทยรักไทย ว่าจ้างพรรคขนาดเล็ก ให้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 2 เมษายน 2549 จำเลยทั้ง 3 ได้แต่งตั้งให้นายนาม ยิ้มแย้ม เป็นประธานคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้สอบสวนพยานและ ประชุมร่วมกันหลายครั้ง สุดท้ายเมื่อ 7 เมษายน 2549 ได้ทำรายงานสรุปข้อเท็จจริง และมีความเห็นให้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่อมาจำเลยทั้ง 3 มีคำสั่งให้คณะอนุกรรมการฯ ทำการสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมในส่วนของพรรคไทยรักไทยอีก 15 ปาก ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ สอบสวนเพิ่มเติม และประชุมสรุปความเห็นแล้วมีมติเช่นเดิมศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อ 15 กันยายน 2549 ให้จำคุกจำเลยทั้ง 3 คนละ 3 ปี แต่จำเลยนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี พร้อมกับเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ 10 ปี จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลยกฟ้องและบรรเทาโทษลงด้วย ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเมื่อ 14 พฤษภาคม 2551 โดยมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จากนั้นญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 120,000 บาท ขอประกันตัวระหว่างฎีกา โดยศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตให้จำเลยทั้ง 3 ประกันตัวไป แต่เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2555 จำเลยที่ 3 คือนายวีระชัย ถึงแก่กรรมด้วยโรคไตวาย