สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 59 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนนทบุรีรับแจ้งเหตุจากนายกิตติรัช ว่าได้ถูกชายวัยรุ่นทำร้ายร่างกายขณะขับขี่รถจยย.กลับจากที่ทำงานร้านสะดวกซื้อหน้ากระทรวงสาธารณสุขวิ่งมาตามถ.ติวานนท์มุ่งหน้าสี่แยกแคลาย จนมาถึงบริเวณปากซ.เรวดี ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรีได้เกิดเฉี่ยวชนกับรถจยย.ของคู่กรณีจนเสียหลักรถจยย.ล้มคว่ำด้วยกันทั้งคู่ก่อนที่คู่กรณีจะลุกมาเตะใส่ตนขณะล้มอยู่ที่พื้นหลายครั้งพร้อมกับใช้หมวกกันน๊อคฟาดใส่และขับรถจยย.หลบหนีไป โดยมีภาพจากกล้องติดหน้ารถยนต์ของพลเมืองดีสามารถถ่ายบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ ตนจึงนำภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าแจ้งความ
หลังรับแจ้งพ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบภาพเหตุการณ์ดังกล่าวจนทราบว่าผู้ที่ทำร้ายผู้เสียหายตามภาพนั้นขับขี่รถ.จยยซ้อน 2 มาด้วยกันคือนายฤทธิพล คนขับขี่รถจยย.และนายวรายุทธ คนซ้อนซึ่งเป็นผู้ที่ลุกขึ้นมาทำร้ายผู้เสียหายตามภาพ จึงออกหมายเรียกให้มาพบแต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมมาพบตามหมายเรียกจึงขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนนทบุรีในข้อทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งวันนี้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 รายได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและยอมรับว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจริง พร้อมยกมือไหว้ขอโทษนางวิระพรรณ พรมนาต อายุ 40 ปีแม่ของนายกิตติรัชเพื่อขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับนายกิตติธัชในข้อหาทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 4000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนนายฤทธิพลเจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาอะไรเพราะขณะเกิดเหตุไม่ได้มีส่วนร่วมทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจึงได้ปล่อยตัวไป
ด้านนายวรายุทธ กล่าวว่าวันเกิดเหตุกำลังจะเดินทางไปทำธุระโดยนั่งซ้อนรถจยย.ของนายฤทธิพลออกมาจากซ.เรวดีนั้น ขณะที่รถวิ่งอยู่เลนกลางและกำลังจะเข้าเลนซ้ายนั้นจู่ๆก็มีรถ.จยยของคู่กรณีพยายามจะขับแซงขึ้นมาทางเลนซ้ายซี่งตนก็ได้พยายามโบกมือว่าอย่างแซงขึ้นมาแต่รถจยย.ของคู่กรณีก็ยังเร่งความเร็วแซงขึ้นมาจนเกิดการเฉี่ยวชนกันจนเสียหลักล้มทั้ง 2 คัน ด้วยความโมโหเมื่อลุกขึ้นมาได้จึงได้วิ่งไปเตะใส่คู่กรณีไปหลายครั้ง ก่อนที่คู่กรณีจะยกมือขอโทษและควักเงินมาให้ตน 140 บาทเป็นค่าเสียหายซึ่งตนก็ไม่ได้รับแต่อย่างใดมีเพียงขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อเอาไว้เท่านั้น หลังจากนั้นจึงทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีสื่อนำไปเสนอและมีหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปพบแต่ว่าตอนนั้นตนติดธุระอยู่ที่ต่างจังหวัดจึงไม่ได้มาพบแต่อย่างใด จนกระทั่งวันนี้จึงติดต่อขอมอบตัว
นายกิตติธัชกล่าวว่าขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถตามจับคนที่ทำร้ายตนได้ แต่ก็ยังติดใจกับคำให้การที่นายวรายุธทให้การว่าตนได้ให้เงินจำนวน 140 บาทเป็นค่าเสียหายนั้นไม่จริงแต่อย่างใดเพราะขณะเกิดเหตุตนวิ่งรถอยู่ที่เลนซ้ายสุดจนกระทั่งเกิดเฉี่ยวชนกับรถคู่กรณีจนเสียหลักล้มและนายวรายุทธได้ลุกขึ้นมาเตะใส่ที่ตนไปหลายครั้งพร้อมกับดึงหมวกกันน๊อคของตนออกและนำมาตีใส่ ก่อนที่จะถามตนว่ามีเงินเท่าไหร่ตนจึงบอกไปมามีเงินอยู่แค่ 140 บาทเองนาวรายุทธจึงไม่ได้เอาเงินไปแต่กลับให้เบอร์ติดต่อไว้พร้อมบอกว่าจะโทรศัพท์มาคุยเรื่องค่าเสียหายกันที่หลัง