ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 เมษายน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมาที่ สน.บางยี่ขัน เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ก่อนร่วมประชุมเพื่อหาข้อเท็จจริงกับ พ.ต.อ.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ ผกก.สน.บางยี่ขัน พ.ต.ท.วิเศษฐ์ สังขนันท์ รองผกก.สส.สน.บางยี่ขัน และนางพะเยาว์ พุ่มสะอาด อายุ 80 ปี ย่าของนายมัครินทร์ จากนั้นทั้งหมดได้เดินทางไปที่บ้านพักไม่มีเลขที่ ชุมชนวัดดาวดึง สถานที่เกิดเหตุ พร้อมนำเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ไปตรวจที่เกิดเหตุ เพื่อหาร่องรอยและเก็บหลักฐาน พร้อมกับจำลองเหตุการณ์อีกด้วย
พล.ต.ท. ศานิตย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าสถานที่ที่นายมัครินทร์ใช้ในการก่อเหตุนั้น คือบ้านพักในซอยวัดดาวดึง ซึ่งลักษณะเป็นบ้านห้องแถวชั้นเดียว และจากการสอบถามนางพะเยาว์ได้ให้การ ว่าเมื่อวานนี้ (16 เม.ย.) ช่วงเช้าขณะกำลังจะไปทิ้งขยะ เห็นห้องของนายมัครินทร์เปิดอยู่จึงเข้าไปดู และพบนายมัครินทร์นั่งหลับพิงกับผนังอยู่ บริเวณศีรษะพบเลือดเล็กน้อย จึงเรียกนายมัครินทร์เพื่อให้ไปโรงพยาบาล ซึ่งนายมัครินทร์ก็สามารถลุกเดินไปโรงพยาบาลเองได้ ทั้งนี้ยังไม่พบอาวุธมีดหรือปืนในที่ก่อเหตุด้วย อย่างไรก็ตามนางพะเยาว์ยื่นยันว่านายมัครินทร์ก็ไม่ได้มีอาการป่วยทางจิต เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเด็ก
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการเข้าตรวจสอบในบ้านของนายมัครินทร์ด้วยตาเปล่า ไม่พบร่องรอยหลักฐานวิถีกระสุน โดยหลักความเป็นจริง ถ้าหากยิงจากแนวด้านข้างกระสุนจะต้องไปถูกฝาผนัง แต่ถ้าหากยิงแนวเฉียงขึ้นบนจะต้องมีรอยกระสุนบนเพดา อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง ขณะเดียวกันได้สอบถามญาติและเพื่อนบ้านทุกคนต่างยืนยันว่าไม่ได้ยินเสียงปืน และที่เดินทางมาตรวจในวันนี้(17 เม.ย.) ก็เพื่อพิสูจน์หลักฐานให้ประชาชนกระจ่างว่า ไม่น่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นจริงอย่างที่สังคมออนไลน์แชร์ข้อมูลกัน
"จากการตรวจสอบประวัตินายมัครินทร์ไม่พบว่ามีหมายจับ หรือคดีติดตัว และไม่พบใบอนุญาตพกพาหรือครอบครองอาวุธปืน ประกอบกับทางญาติยืนยันว่าไม่เคยเห็นนายมัครินทร์มีปืน อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งตัว เน วัดดาว ที่ย้ายไปพักรักษาตัวที่ รพ.มนารมย์ ย่านบางนา โดยเตรียมออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งญาติ ภรรยา และ เน วัดดาว รวมถึงผู้ที่มีการโพสต์ หรือส่งต่อคลิปวิดีโอที่อาจทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว หรือสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับประเทศ มาให้ถ้อยคหาข้อเท็จจริง" พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับความผิดจะเป็น 2 ส่วน คือ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องเท็จ ผู้เกี่ยวข้องตะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากมีการยิงปืนจริง ก็จะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ถ้าหากมีข้อหาอื่นๆก็จะดำเนินคดีทันที โดยยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และอยากฝากถึงประชาชนว่า อย่าใช้คำว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์มาอ้าง เพราะปัจจุบันสื่อมีมาก สามารถเข้าไปอ่านและทำความเข้าใจกับกฎหมายต่างๆได้
ด้านนางพะเยาว์ กล่าวยืนยันด้วยว่า เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนเดินผ่านห้องพัก เห็นหลานอยู่ในลักษณะนั่งกึ่งนอนไม่ได้สติ มีบาดแผลที่ขมับขวา มีเลือดไหลเล็กน้อย แต่ไม่เชื่อว่าเป็นรอยถูกยิง ซึ่งเข้าใจว่าน่าเดินชนผนังหรือประตู ตนพยายามเรียก แต่ เน ไม่ตอบ จึงไม่ได้สนใจ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นอะไรมาก ประกอบกับไม่ได้ยินเสียงปืนหรือเสียงผิดปกติ จึงไม่คิดว่ามีเหตุร้าย และขอยืนยันว่าก่อนหน้านี้ เน ไม่ได้มีท่าทีกลัดกลุ้ม หรือ มีความเครียดแต่อย่างใด