พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บ้านทุกหลังปลอดภัยดี โดยในทุกๆ บ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจะวนมาตรวจตรา ในช่วงเวลา 2-3ช.ม. ต่อ1ครั้ง ซึ่งทุกครั้งเจ้าหน้าที่จะมาทำการเซนต์ชื่อการตรวจเยี่ยมพร้อมกับถ่ายภาพบ้านกับเจ้าหน้าที่สายตรวจ และภาพมุมต่างๆ ของบ้านเพื่อส่งไปให้เจ้าของบ้านรับทราบพร้อมกับข้อความรายงานสถานการณ์ ซึ่งเป็นการสร้างความอบอุ่นใจให้กับประชาชน
ทั้งนี้มีผู้ที่เข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในช่วงเทศการสงกรานต์ปี 2559 ทั่วประเทศ จำนวน 8,111 หลัง อยู่ในพื้นที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 2,345 หลัง ซึ่งได้มีการคืนบ้านให้กับเจ้าของไปแล้ว 359 หลัง
ต่อมาเวลา 19.50 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปที่ สน.บางเขน เนื่องจากพบว่ามีนายพุทธิพงษ์ ทิพวาที อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 86/42 ซอยรามอินทรา 13 แยก 8 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ได้เข้ามาลงบันทึกประจำวันร้องเรียน เรื่องมีโจรเข้าไปงัดแงะบ้าน โดยบ้านหลังดังกล่าวได้เข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจด้วย แต่เมื่อนายพุทธิพงษ์กลับมารับบ้านคืนกลับพบว่าบริเวณหน้าต่างหลังบ้านมีร่องรอยการงัดแงะ
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ตนได้ทำการฝากบ้านตามโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจตั้งแต่วันที่13-16 เมษายน โดยในวันนี้ ได้เดินทางมาที่บ้านหลังเทศกาลสงกรานต์ กลับถึงบ้านเวลาประมาณ 18.00 น. และทำการรับบ้านคืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อตรวจสอบรอบบริเวณบ้านก็พบความผิดปกติตรงหน้าต่างหลังบ้านมีร่องรอยการถูกงัดแงะ แต่ไม่ได้มีทรัพย์สินส่วนใดหายไป ซึ่งคาดว่าบริเวณหน้าต่างที่ถูกงัดมีเหล็กดัดอยู่คนร้ายจึงไม่สามารถเข้ามาขโมยของได้
นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจเป็นปีแรก ก็รู้สึกตกใจนิดหน่อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะระหว่างที่ไปเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็ได้รับการรายงานสถานการณ์ที่บ้านจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอด อาจจะเป็นเพียงเหตุสุดวิสัย
ถ้าไม่ได้ฝากอาจจะเจอมากกว่านี้ นายพุทธิพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
ด้านพล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าของบ้านที่แจ้งเรื่องมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งในส่วนของร่องรอยการงัดแงะแม้ไม่มีทรัพย์สินสูญหาย ก็จะต้องมีการติดตามตัวคนร้าย ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป