เนชั่นทีวี

ข่าว

“ศานิตย์”แถลงจับหนุ่มโพสต์คลิปฉาวเปลือยเต้าสงกรานต์อาร์ซีเอ-เจ้าตัวอ้างเจตนาโพสต์เตือนไม่ให้เลียนแบบ

15 เม.ย. 2559 | te

“ศานิตย์”แถลงจับหนุ่มโพสต์คลิปฉาวเปลือยเต้าสงกรานต์อาร์ซีเอ-เจ้าตัวอ้างเจตนาโพสต์เตือนไม่ให้เลียนแบบ

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 และ พ.ต.อ.สรวิศ เพ็ชรคำ ผกก.สน.มักกะสัน ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายจักรภัทรสรณ์ อัครโภคินันท์ ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปสาวเปลือยหน้าอกเต้นในงานสงกรานต์ และให้บรรดาหนุ่มใช้มือลูบจับ เหตุเกิดที่ย่านอาร์ซีเอ เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2558 ที่ผ่านมา แต่ นายจักรภัทรสรณ์ ได้นำคลิปดังกล่าวมาเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ เจมส์ จักรภัทร ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ สร้างความเสียหาย ขัดต่อคำสั่งของ คสช. ที่สั่งห้ามแต่งตัวล่อแหลม โป๊เปลือยในเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับต่อสาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก โดยศาลได้อนุมัติหมายจับที่ 754/2559 ลงวันที่14 เม.ย.59 ก่อนจับกุมตัวมาดำเนินคดี

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า การเผยแพร่ หรือส่งต่อคลิปที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่พยายามเร่งรัดจับกุมผู้เผยแพร่มาดำเนินคดี ดังนั้นผู้ที่จะโพสต์ หรือส่งต่อข้อความใด ๆ ควรตรวจสอบก่อน ซึ่งจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าการกระทำของ นายจักรภัทรสรณ์ ไม่มีเจตนากระทำผิด แต่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ประกันตัวได้ ใช้หลักทรัพย์ จำนวน 1 แสนบาท ในการยื่นประกันตัวชั้นพนักงานสอบสวน
ด้าน นายจักรภัทรสรณ์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวจริง เนื่องจากเป็นคลิปที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการโพสต์คลิปนี้เพียงต้องการบอกเพื่อนๆให้รู้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ต้องการสนับสนุนให้กระทำตาม ซึ่งเพื่อนๆที่เป็นสมาชิกเฟซบุ๊กของตนต่างก็รู้ว่าเป็นคลิปเก่า แต่กลับมีผู้นำไปแชร์ และบิดเบือนข้อมูลว่าเป็นคลิปที่เพิ่งเกิดขึ้นปีนี้ที่อาร์ซีเอ จึงทำให้เจ้าของงานเสียหาย อย่างไรก็ตามตนขอให้เรื่องของตนในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ของการโพสต์หรือแชร์สิ่งเหล่านี้ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งนี้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานำเข้าสู่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น หรือประชาชนในลักษณะอันลามกอนาจาร ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวล่าสุด