เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนยกฟ้อง “ ป.ป.ช.ทั้งคณะ ” ไม่ผิด คดี“ ธาริต– เมีย ” ฟ้องเรียก 100 ล้าน

08 เม.ย. 2559 |

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนยกฟ้อง “ ป.ป.ช.ทั้งคณะ ” ไม่ผิด คดี“ ธาริต– เมีย ” ฟ้องเรียก 100 ล้าน

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนยกฟ้อง ป.ป.ช.ทั้งคณะ ไม่ผิด คดี ธาริต เมีย ฟ้องเรียก 100 ล้าน มีคำสั่งอายัดทรัพย์ชั่วคราวและเผยแพร่คำสั่ง ศาล ชี้ ป.ป.ช.ทำตามหน้าที่ไม่ได้กลั่นแกล้ง การเผยแพร่คำสั่งอายัดทรัพย์ไม่ใช่ข้อความเท็จ


ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก --8 เม.ย.59 --ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยา ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้อง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.),นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตประธานป.ป.ช.,นายปรีชา เลิศกมลมาศ,นายวิชา มหาคุณ,นายวิชัย วิวิตเสวี,พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง,นายประสาท พงษ์ศิวาภัย,น.ส.สุภา ปิยะจิตติ,นายณรงค์ รัฐอมฤต และนายภักดี โพธิศิริ อดีต ป.ป.ช.เป็นจำเลยที่ 1-10 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท
โจทก์ ยื่นฟ้องว่า มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาโจทก์ทั้งสองว่าร่ำรวยผิดปกติ เป็นเหตุให้ ป.ป.ช.มีมติที่ประชุมให้ไต่สวนข้อเท็จจริงโจทก์ที่ 1 และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอีกหลายคน โดยไม่มีวินิจฉัยเบื้องต้นก่อนว่าพฤติการณ์ที่กล่าวหานั้น เข้าหลักเกณฑ์ที่จะรับพิจารณาไว้หรือไม่ นายปานเทพ อดีตประธานป.ป.ช. จำเลยที่ 2 รวบรัดเร่งรีบไม่จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.โดยจำเลยที่ 2 -10 ร่วมกันมีมติให้อายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองไว้ชั่วคราว ซึ่งทรัพย์สินที่ถูกอายัดเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนโจทก์ที่ 1 จะดำรงตำแหน่ง อธิบดีดีเอสไอ

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนยกฟ้อง “ ป.ป.ช.ทั้งคณะ ” ไม่ผิด คดี“ ธาริต– เมีย ” ฟ้องเรียก 100 ล้าน


ต่อมานายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.ในฐานะโฆษกฯ ป.ป.ช.นำคำสั่งอายัดทรัพย์สินดังกล่าว เผยแพร่ว่าโจทก์ที่ 1 ร่ำรวยผิดปกติและน่าเชื่อว่าจะมีการโอน ยักย้ายทรัพย์สิน จึงมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองไว้ชั่วคราว ทำให้โจทก์ทั้งสองเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 100 ล้านบาทและขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองซึ่งศาลชั้นต้น มีคำพิพากษายกฟ้อง ต่อมาโจทก์ทั้งสอง จึงได้ยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงที่ 631/2557 ไม่มีข้อความใดระบุว่ามีสมาชิกพรรค ประชาธิปัตย์ เป็นผู้กล่าวหาโจทก์ทั้งสอง จึงไม่ใช่กรณีมีผู้กล่าวหาว่าโจทก์ที่ 1 ร่ำรวยผิดปกติที่ต้องพิจารณาข้อร้องเรียนเสียก่อนว่า จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ แต่เป็นกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติให้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมีเหตุสงสัยว่าโจทก์ที่ 1 ร่ำรวยผิดปกติ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 77

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนยกฟ้อง “ ป.ป.ช.ทั้งคณะ ” ไม่ผิด คดี“ ธาริต– เมีย ” ฟ้องเรียก 100 ล้าน


ศาลจึงเห็นว่า จำเลยที่ 2-10 ดำเนินการไปตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ โดยโจทก์ทั้งสองยังสามารถแสดงหลักฐานได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดชั่วคราวไม่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติ ถือได้ว่า จำเลยที่ 2-10 ในฐานะเจ้าพนักงานกระทำการในหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ได้กลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสอง ที่นายสรรเสริญ เลขาธิการ ป.ป.ช.ในฐานะโฆษกฯ ได้แพร่หลายถึงคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองไว้ชั่วคราวไม่ใช้ข้อความเท็จ จึงไม่ใช่การกล่าวหรือแพร่หลายซึ่งข้อความอันเป็นเท็จการกระทำของจำเลยทั้ง 10 จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิ โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง และศาลชั้นต้นมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ทั้งสองได้โดยไม่จำต้องสืบพยาน จึงพิพากษายืนให้ยกฟ้อง

ข่าวล่าสุด