กกต.กังวลคำถามพ่วงประชามติ จะทำประชาชนสับสน
08 เม.ย. 2559 | lastman

กรรมการการเลือกตั้ง เป็นกังวลว่า คำถามพ่วงประชามติของ สนช. จะทำให้ประชาชนสับสน เพราะใช้ถ้อยคำที่ยากเกินไป
ข่าว
08 เม.ย. 2559 | lastman

กรรมการการเลือกตั้ง เป็นกังวลว่า คำถามพ่วงประชามติของ สนช. จะทำให้ประชาชนสับสน เพราะใช้ถ้อยคำที่ยากเกินไป
กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง สมชัย ศรีสุทธิยากร บอกว่า ประเด็นคำถามพ่วงที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งขึ้นและมีเนื้อหาระบุว่า
เพื่อให้การปฏิรูปประเทศต่อเนื่องตามแผน ยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดใน บทเฉพาะกาลว่าระหว่าง 5 ปีแรกนับตั้งแต่มีรัฐสภาชุดแรกให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้ให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคำถามที่ยาวเกินไป และมีลักษณะเป็นคำถามนำ เพื่อนำไปสู่คำตอบในทิศทางที่ต้องการ และมีคำยากที่อาจทำให้เกิดความยากและความสับสนในการตีความของประชาชน
กกต..สมชัย บอกว่า ตามหลักแล้ว การตั้งคำถามประชามติต่อประชาชนทั้งประเทศควรเป็นภาษาที่ง่าย สั้น และ มีความเป็นกลาง คือ ไม่ให้เหตุผลก่อนนำไปสู่คำถาม จึงเชื่อว่า ควรปรับปรุงคำถามให้ถูกหลักวิชาการ โดยในวันจันทร์ที่ 11 เมษายนนี้ กกต.จะนำคำถามที่ปรับปรุงแล้ว นำไปหารือกับรัฐบาล รวมถึงนำตัวอย่างบัตรตัวอย่างบัตรการออกเสียงประชามติไปนำเสนอ ก่อนทำเป็นแบบจัดพิมพ์จำนวนกว่า 50 ล้านฉบับต่อไป
ด้านอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ รสนา โตสิตระกูล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงมติตั้งคำถามพ่วงประชามติของ สนช. เมื่อวานนี้ โดยมีเนื้อหาระบุว่า เรื่องนี้จะทำให้สังคมสงสัยได้ว่า เป็นความตั้งใจหมกเม็ดประเด็นอำนาจ ส.ว. เพื่อเปิดทางให้ คสช.สืบทอดอำนาจหรือไม่
และถ้าหากคำถามพ่วงของ สนช. และ สปท. ผ่านประชามติ ก็ย่อมถือได้ว่าสมาชิกทั้งสองสภาได้ได้เข้าข่ายเป็นผู้มีส่วนได้เสียในตำแหน่ง ส.ว. ในอนาคต และกลายเป็นปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันคำครหา จึงเสนอว่า สมาชิกทั้งสองสภา ต้องเว้นวรรคการดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2 ปี เช่นเดียวกับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ