ภาพจากกล้องวงจรปิด ได้แสดงเห็นชายผู้นี้จนถึงเวลา 09.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในสภาพสวมหมวกและเสื้อแจ็คเก็ตสีอ่อน เดินลับหายไปจากรัศมีของกล้องตอนที่เดินเข้าไปใกล้กับอาคารในอาณาบริเวณของสหภาพยุโรป ซึ่งไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค อัยการเชื่อว่า เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตทิ้ง และขอให้สาธารณะชนช่วยแจ้งถ้าพบเสื้อตัวนี้
ภาพจากกล้องวงจรปิดของสนามบินซาเวนทัม หลังเกิดระเบิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม แสดงให้เห็นชายผู้นี้ กำลังเข็นรถเข็นกระเป๋าเดินอยู่กับมือระเบิดอีก 2 คน ส่วนภาพชุดใหม่แสดงให้เห็นเขาวิ่งอยู่ท่ามกลางผู้โดยสารที่กำลังหนีเอาตัวรอด ก่อนจะเดินต่อไปราว 10 กิโลเมตร โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง และถูกจับภาพครั้งสุดท้ายในสภาพเหลือแต่เสื้อเชิ้ตตัวในสีฟ้าและม้วนแขนเสื้อขึ้น ในเวลาราว 40 นาที หลังเกิดระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินที่มาลเบค
ด้านตำรวจที่ปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยที่สนามบินซาเวนทัม ได้ขู่จะผละงานประท้วง โดยระบุในจดหมายเปิดผนึกว่า พวกเขาได้รับแจ้งว่า พวกที่ไปร่วมรบในซีเรียปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวมายังสนามบิน แต่ไม่อาจแยกแยะว่าเป็นใคร นอกจากนี้ ยังพบว่า มีพวกที่ฝักใฝ่ไอเอสอย่างน้อย 50 คน ทำงานอยู่ที่สนามบินในแผนกยกกระเป๋า ทำความสะอาดและจัดอาหาร และที่สำคัญคือพวกนี้มีตรารักษาความปลอดภัย ที่ช่วยเปิดทางให้พวกเขาขึ้นเครื่องบินได้
ตำรวจ บอกว่า จับสังเกตพวกฝักใฝ่ไอเอสได้ หลังเกิดเหตุโจมตีกรุงปารีส เมื่อเดือนพฤศจิกายน และเมื่อตรวจสอบประวัติก็พบว่า พวกนี้มีแนวคิดหัวรุนแรงและมีประวัติอยู่ที่ตำรวจอีกด้วย พร้อมกับตัดพ้อว่า กำลังพลไม่พอ อาวุธไม่ทันสมัยและต้องการให้ออกมาตรการห้ามยานพาหนะทุกชนิดเข้าใกล้อาคารเช็คอินชั่วคราวในระยะ 100 เมตร