เนชั่นทีวี

ข่าว

ปปง.ประสานICIJ –ปานามา ยืนยันข้อมูลคนไทยลูกค้า “มอสแซค ฟอนเซกา”

08 เม.ย. 2559 | jirasin_yin

ปปง.ประสานICIJ –ปานามา ยืนยันข้อมูลคนไทยลูกค้า “มอสแซค ฟอนเซกา”

ป.ป.ง. - 8 เม.ย. 2559 - ปปง.ไทยประสานICIJ ปปง.ปานามา ยืนยันข้อมูลคนไทยลูกค้า มอสแซคฟอนเซกา ไม่พบชื่อนักการเมืองปัจจุบัน มีแต่นักการเมืองในอดีตยังไม่ฟันธงฟอกเงิน อาจแค่มาตรการบริหารทรัพย์สินเพื่อเสียภาษีน้อยที่สุด ทำกันทั่วโลก ไม่ผิดกฎหมายแต่อาจผิดจรรยาบรรณ ส่วนเหตุที่ไม่พบชื่อชาวอเมริกันเพราะกฎหมายภาษีเข้มงวด ขณะที่สรรพากรไทยก็ตั้งรับด้วยการหักภาษี 15% จากทุกยอดเงินโอน

พ.ต.อ.สีหนาทประยูรรัตน์ที่ปรึกษาประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รักษาราชการแทนเลขาธิการปปง. แถลงกรณีเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ(International Consortional Consortium Of InvestigativeJournalists : ICIJ ) ร่วมกับหนังสือพิมพ์ ซุสดอยเชอร์ ไซตุง (Suddeutsche Zeitung) ของประเทศเยอรมัน เปิดเผยข้อมูลที่ได้มาจากบริษัท มอสแซ็ค ฟอนเซกา ในประเทศปานามา หรือ ปานามา เปเปอร์สพบว่ามีผู้นำประเทศในปัจจุบัน 12 ประเทศ นักการเมืองกว่า 200 คน ธนาคารใหญ่กว่า 350 แห่ง และมีรายชื่อคนไทย 21 คน เกี่ยวข้อง นั้น ปปง. ตรวจสอบข้อมูลกับเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินข้ามชาติทั่วโลกกว่า 150 ประเทศซึ่งกรณีที่เป็นข่าวนั้น เนื่องจากแหล่งข่าวที่เปิดเผยรายชื่อมิใช่หน่วยงานของรัฐโดยตรง ปปง. จึงได้ดำเนินการประสานงานไปยังแหล่งที่มาของข้อมูล ได้แก่ หน่วยข่าวกรองทางการเงิน (FINANCAIL INTELLIGENCE UNIT-FIU) ของประเทศต่างๆ รวมทั้งเครือข่ายผู้สื่อข่าว สืบสวนสอบสวนนานาชาติและสำนักพิมพ์ซุสดอยเชอร์ ไซตุง ของประเทศเยอรมัน ขอความร่วมมือให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมายังปปง.เพื่อสอบทานยืนยันความถูกต้องของข้อมูล
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่าข้อมูลที่สืบค้นจากเวปไซต์เครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ พบรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลไทย รวมจำนวน 780 รายชื่อ แบ่งเป็นรายชื่อบุคคลไทย 411 รายชื่อ บุคคลต่างชาติ 262 รายชื่อ นิติบุคคล 46 บริษัท และรายชื่อซ้ำ 61 รายชื่อ ซึ่งบุคคลและนิติบุคคลดังกล่าวอาจเป็นนักลงทุนที่สนใจลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากมีผลกำไรมากกว่าการลงทุนในประเทศไทยก็เป็นไปได้

ปปง.ประสานICIJ –ปานามา ยืนยันข้อมูลคนไทยลูกค้า “มอสแซค ฟอนเซกา”


จากการตรวจสอบในเบื้องต้นในขณะนี้ ปปง. ยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่าบุคคลตามข่าวมีความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การที่ปปง. จะเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินหรือความผิดฐานฟอกเงินได้นั้น บุคคลที่ถูกตรวจสอบจะต้องมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน หรือความผิดฐานฟอกเงินขณะนี้ การทำงานของปปง. เป็นการดำเนินการในทางลับ จึงไม่สามารถชี้แจงได้ว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบบุคคลใด ซึ่งหากมีความชัดเจน ปปง. จะเสนอคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อนำไปสู่การยึดหรืออายัดหรือทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป
พ.ต.อ.สีหนาทกล่าวอีกว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจน ปปง.ได้ ส่งหนังสือขอให้ปปง. ปานามา และสำนักงานใหญ่ของเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐฯตรวจสอบข้อมูลรายชื่อให้เกิดความชัดเจน โดยปปง.ปานามาได้ตอบกลับมาสั้นๆ แล้วว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารายชื่อคนไทยที่ระบุในปานามาเปเปอร์ว่ามี 21 คนไทยนั้น ตามข้อเท็จจริงมีแค่ 16 คน
ส่วนบุคคลที่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลเว็บไซต์ของเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติมีทั้งสิ้น 719 รายชื่อหักชื่อซ้ำออกแล้วจะเหลือ 634 รายชื่อ ในจำนวนดังกล่าวพบคนไทยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในต่างประเทศ 48 บริษัท โดยคนไทยมีสถานะเป็นทั้งผู้ถือหุ้น กรรมการและผู้รับผลประโยชน์คนสุดท้าย

ปปง.ประสานICIJ –ปานามา ยืนยันข้อมูลคนไทยลูกค้า “มอสแซค ฟอนเซกา”


ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนใหญ่จะมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่วนใหญ่อาจเป็นที่อยู่ของชาวต่างชาติที่นำไปอ้างอิงจัดตั้งบริษัทโดยอันดับแรกเป็นกรุงเทพฯ 418 รายชื่อ รองลงมาคือภูเก็ต 88 รายชื่อ ที่เหลือเป็นจังหวัดท่องเที่ยวอื่น 72 รายชื่อนนทบุรี 15 รายชื่อ พัทยา 13 รายชื่อสมุทรปราการ 7 รายชื่อหาดใหญ่ 4 รายชื่อ สมุทรสาครปทุมธานี และสุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 3 รายชื่อ เชียงใหม่ ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 2 รายชื่อ นครราชสีมาและขอนแก่น จังหวัดละ 1 รายชื่อ

ปปง.ประสานICIJ –ปานามา ยืนยันข้อมูลคนไทยลูกค้า “มอสแซค ฟอนเซกา”



พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ปปง. ไทยยังรอให้หน่วยงานราชการของปานามายืนยันข้อมูลที่ชัดเจนและเชื่อว่าปปง. หลายประเทศขอตรวจสอบข้อมูลไปยังปปง.ปานามาที่เป็นต้นทางของข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ ขอทำความเข้าใจว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่เป็นทางการ มีแต่ข้อมูลข่าวสารว่อนไปมาในอินเตอร์เน็ต ดังนั้น ในการตรวจสอบเพื่อไม่ให้เป็นการกระทบสิทธิส่วนบุคคลจำเป็นต้องดำเนินการทางลับไม่ต้องกังวลว่าจะไม่โปร่งใสเพราะทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นเกาะบริติช เวอร์จิ้น หรือเกาะเคย์แมนและเบอร์มิวดา ก็มีปปง. ทั้งสิ้นทุกวันนี้ไม่มีที่ใดในโลกอยากถูกระบุว่าเป็นแหล่งฟอกเงิน
เบื้องต้นยังไม่ขอระบุว่าการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศเป็นการฟอกเงินทั้งหมด เพราะการฟอกเงินคือการนำเงินจากธุรกิจผิดกฎหมายไปทำธุรกิจที่ถูกกฎหมาย แต่กรณีดังกล่าวส่วนใหญ่พบว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่ไม่ต้องการเสียภาษีในอัตราสูงหรือเลี่ยงที่จะเสียภาษีซ้ำซ้อนจึงไปจดทะเบียนเปิดบริษัทในต่างประเทศซึ่งไม่ถือว่าผิดกฎหมาย หลายประเทศทั่วโลกก็ทำลักษณะเดียวกัน หรือที่เรียกว่าเป็นมาตรการบริหารทรัพย์สินเพื่อเสียภาษีให้น้อยที่สุดแต่อาจไม่ถูกจรรยาบรรณ ซึ่งเป็นเรื่องที่แต่ละประเทศต้องไปพิจารณาดำเนินการกันเอง

ปปง.ประสานICIJ –ปานามา ยืนยันข้อมูลคนไทยลูกค้า “มอสแซค ฟอนเซกา”


"กรณีดังกล่าวไม่ใช่การโกงแวต หรือสำแดงเท็จ หรือกรณีการนำเข้ารถจดประกอบหรือเกรย์มาร์เก็ต ที่สำแดงเท็จเพื่อเสียภาษีราคาต่ำส่วนเรื่องการโอนเงินไปลงทุนในต่างประเทศเท่าที่ทราบกรมสรรพากรไทยก็มีวิธีรับมือโดยจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%ของยอดเงินที่โอนออกไป ส่วนประเทศสหรัฐฯซึ่งไม่พบว่ามีชาวอเมริกาไปลงทุนจดทะเบียนในต่างประเทศ เพราะสหรัฐฯมีกฎหมายเข้มงวดการหนีภาษีทำได้ยาก โดยกำหนดให้ทุกธนาคารทั่วโลกต้องรายงานมายังธนาคารกลางของสหรัฐฯ ในกรณีที่มีคนสัญชาติอเมริกันไปเปิดบัญชีฝากเงินตั้งแต่ 50,000 เหรียญขึ้นไป หากตรวจสอบพบแล้วไม่แจ้งธนาคารสหรัฐฯจะยึดเงิน 30% จากยอดเงินฝาก โดยไม่สนใจว่าจะเป็นทรัพย์สินมาจากแหล่งใด" พ.ต.อ.สีหนาทกล่าว
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวด้วยว่าหากได้รับข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วปรากฏว่ามีรายชื่อคนไทยและมีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปปง. จะประสานก.ล.ต. ให้ตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์ปั่นหุ้นหรือซื้อขายไม่เป็นธรรมหรือไม่ ในส่วนของอดีตนักการเมืองในชั้นต้นจะตรวจสอบเพียงว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัยได้รายงานทรัพย์สินต่อป.ป.ช. หรือไม่ ในส่วนปปง. จะยังไม่ดำเนินการใด ๆ จนกว่าจะมีความชัดเจนว่ากระทำผิดตามมูลฐานฟอกเงินขอให้มั่นใจระบบตรวจสอบที่เป็นมาตรฐานสากล ยกตัวอย่างกรณีที่พบอดีตผู้บริหารชาวต่างชาติที่ทำผิดคดีฉ้อโกงประชาชนและนำเงินที่ได้ไปเปิดบริษัทในกลุ่มประเทศที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ปปง.ไทยก็ได้รับความร่วมจนนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์ได้กว่า 300 ล้านบาทในส่วนของรายชื่อยังไม่พบนักการเมืองชุดปัจจุบันมีเพียงอดีตนักการเมืองบางคนส่วนจะมีรายชื่อพระสงฆ์หรือไม่ต้องรอผลการตรวจสอบจากต้นทาง

ปปง.ประสานICIJ –ปานามา ยืนยันข้อมูลคนไทยลูกค้า “มอสแซค ฟอนเซกา”


พ.ต.อ.สีหนาท ยังได้ยกตัวอย่างบริษัทนอกอาณาเขต หรือ ออฟชอร์ ว่าหลักการคือการแบ่งปันผลกำไรไปไว้ในต่างประเทศ เช่น การส่งออกสินค้าราคาต้นทุน 100 บาท ทำราคาขายในใบอินวอยซ์ 200 บาทจะต้องเสียภาษี 20% มีกำไรเหลือ 80% แต่หากกลุ่มธุรกิจเห็นว่าเสียภาษีมากเกินไปก็จะไปจดทะเบียนในประเทศตัวแทนที่เปิดรับจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เพื่อเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง โดยมีวิธีการคือส่งออกสินค้าไปยังประเทศประเทศผู้ซื้อตามปกติ แต่จะทำใบอินวอยซ์ต่ำกว่าราคาขาย เช่น 150 หรือ 130 บาทโดยเสียภาษีแค่ 10%
โดยสินค้าจะถูกส่งตรงจากไทยไปยังประเทศผู้สั่งซื้อแล้วก็จ่ายเงินเข้าบริษัทในต่างประเทศเมื่อเงินไม่ถูกส่งกลับมาไทย ทำให้สรรพากรไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ นี่คือวิธีการที่ถูกกฎหมายทำกันทั้งโลก เพราะบางประเทศคิดภาษีเหมาปีละ 1%หรืออาจจะเหมาแค่ 200,000 บาทต่อปีในประเด็นนี้ แม้ถูกกฎหมายแต่ปปง.ต้องเฝ้าระวังเพราะอาจจะมีนักการเมืองหรือข้าราชการใช้ช่องทางดังกล่าวส่งเงินออกไปฟอกที่ต่างประเท

ข่าวล่าสุด