พ.ต.ต.ภาณุภัทร เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีแก๊งชาวต่างด้าวล้วงกระเป๋า นำโทรศัพท์มาซื้อขายกันที่บริเวณปากซอยเพชรบุรี 19 จึงนำกำลังไปดักซุ่ม จนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย นายบุญมี ได้นำโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแอลจี กับเอซุส จำนวน 2 เครื่อง มาส่งให้นายแคว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น เบื้องต้นนายบุญมีรับสารภาพว่า โทรศัพท์ทั้งสองเครื่องได้จากการล้วงกระเป๋าผู้เสียหายที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลาง ทั้งนี้ ขณะที่ตำรวจกำลังสอบสวนอยู่นั้น นายเนตรา ได้ติดต่อมาหานายแคว ว่าจะนำโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งลักมาจากผู้เสียหายมาขายให้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ที่ปากซอยราชปรารภ 8 พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน กับซัมซุง อีก 2 เครื่อง ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบปากคำ
พ.ต.ต.ภาณุภัทร กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายบุญมี ให้การรับสารภาพว่า ทำงานเป็นลูกจ้างร้านขายเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ แต่ระยะหลังเงินไม่พอใช้ เนื่องจากติดหนี้พนันฟุตบอล หลังเลิกงานเวลา 18.00 น. ก็จะไปเตร็ดเตร่ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อหาเหยื่อ โดยส่วนใหญ่จะเน้นเหยื่อที่เป็นผู้หญิงที่สะพายกระเป๋า เมื่อได้เป้าหมายก็จะเข้าไปเบียดก่อนล้วงเอาโทรศัพท์มือถือ ส่วนนายเนตรา รับว่าทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ร้านอาหารย่านแจ้งวัฒนะ ช่วงวันหยุดจะไปหาเหยื่อล้วงกระเป๋าที่ห้างเซ็นทรัลบางนา และตลาดกิ่งแก้ว จากนั้นทั้งสองก็จะนำไปขายให้นายแคว โดยยี่ห้อซัมซุงจะรับซื้อราคาเครื่องละ 5,000-6,000 บาท ส่วนไอโฟนจะรับซื้อเครื่องละ 2,000 บาท เนื่องจากติดล็อกไอคลาว จากนั้นนายแคว ก็จะนำกลับไปขายต่อที่ประเทศกัมพูชา โดยได้กำไรเครื่องละ 500 บาท โดยทำมาแล้วประมาณครึ่งเดือน ได้โทรศัพท์มือถือมาแล้วประมาณ 30 เครื่อง
พ.ต.ต.ภาณุภัทร กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจร ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ทั้งนี้ ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้เสียหายที่คาดว่าจะเคยถูกผู้ต้องหากลุ่มนี้ก่อเหตุล้วงกระเป๋า ให้มาติดต่อได้ที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้ทุกเวลา