พ.ต.อ.วีระยุทธ เปิดเผยว่า จากคำให้การของ น.ส.เกศนีย์ แก้วอิ่นคำ พนักงานขายร้านทองเสือมังกร ที่เกิดเหตุภายในตลาดวโรรส ทราบว่า คนร้ายเป็นชายอายุราว 30-40 ปี สวมเสื้อสีเขียวลายทหาร ได้เข้ามาสอบถามราคาสร้อยทอง เหมือนลูกค้าปกติ ไร้พิรุธใดๆ ก่อนที่จะขอเลือก สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท ประมาณ 2-3 เส้น เอามาเปรียบเทียบ แล้วลองสวมที่คอ 1 เส้น โดยคนร้ายแสร้งทำเป็นสอบถามว่า ที่ร้านทองสามารถรูดบัตรกดเงินสดได้หรือไม่ ก่อนจะแสร้งทำเป็นล้วงบัตรออกจากกระเป๋า แล้วฉวยโอกาสวิ่งหลบหนีไปภายในตลาดวโรรส พร้อมสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท 1 เส้น มูลค่ากว่า 3 หมื่นบาท
ซึ่งขณะนั้น เนื่องจากมีประชาชน และนักท่องเที่ยว มาเดินซื้อของที่ตลาดเป็นจำนวนมาก และจากที่ได้มีการตะโกนขอความช่วยเหลือ จึงทำให้พลเมืองดีที่อยู่ระหว่างทางได้ช่วยกันยื้อยุดไว้ ทำให้คนร้ายทำกระเป๋าที่มีเอกสารอนุญาตต่างด้าวเข้าทำงานในราชอาณาจักร ที่มีชื่อและภาพถ่ายของคนร้ายตกในที่เกิดเหตุ พร้อมรองเท้าแตะ 1 ข้าง ทราบชื่อคนร้ายคือ นายหลู่ เสาร์คำ อายุ 39 ปี สัญชาติไทยใหญ่ ถือบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะในทะเบียน อยู่บ้านเลขที่ 442 หมู่ 4 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ลักษณะผมสั้น ผิวสีดำแดง สูงไม่เกิน 165 เซนติเมตรหลังจากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปตามตรอก ซอยต่างๆ
ภายในตลาด ก่อนจะหลบหนีหายไปทางศาลเจ้าปุงเถ่ากง ด้านหลังตลาดวโรรส โดยระหว่างทางนายหลู่ ได้มีการทำร้ายพลเมืองดีที่ขวางทาง บาดเจ็บจำนวน 3 ราย ได้แก่นายจักรกฤษณ์ คำหยาด อายุ 24 ปี และนายไพจิตร คำหยาด อายุ 64 ปี สองพ่อลูกที่ขายของอยู่ภายในตลาด โดยนายจักรกฤษณ์ ได้รับบาดเจ็บโดนอาวุธมีด แทงเข้าที่หน้าอก 1 แผล และที่แขนอีกประมาณ 2 แผล ส่วนนายไพจิตรผู้เป็นพ่อโดนมีดบาดเข้าที่แขนเช่นกัน มีเลือดไหลนองเป็นบริเวณกว้าง ขณะที่ยังพบว่าคนร้ายยังได้ทำร้ายหญิงผู้สูงอายุยังไม่ทราบชื่อ อีก 1 ราย ที่อยู่ระหว่างทาง โดยเจ้าหน้าที่ได้นำผู้บาดเจ็บทั้งหมดนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลภายในตัวเมืองเชียงใหม่ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีผู้ใดบาดเจ็บอาการสาหัส
ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้อยู่ในที่เกิดเหตุทราบว่าน่าจะมีคนร้ายอีก 1 รายที่สมรู้ร่วมคิด โดยได้มีการติดเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ทิ้งไว้เพื่อรอรับนายหลู่ ก่อนจะพากันหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนขยายผล จากภาพกล้องวงจรปิดภายในบริเวณรอบตลาดวโรรส และรวบรวมพยานหลักฐานสืบสวนหาตัวคนร้ายอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งเร่งให้มีการสกัดตามจุดต่างๆ ไม่ให้คนร้ายเล็ดรอดออกนอกพื้นที่ โดยเชื่อว่าน่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาอันใกล้