พบสารเคมีในคนงานสวนกล้วย
06 เม.ย. 2559 | wanchat

ผลตรวจสารเคมีจากคนงาน ของกลุ่มทุนจีน ที่เข้ามาปลูกสวนกล้วย ที่จ.เชียงราย พบไม่ปลอดภัย 13 คน เตรียมตรวจคนงานเพิ่มอีก 200 คน
ข่าว
06 เม.ย. 2559 | wanchat

ผลตรวจสารเคมีจากคนงาน ของกลุ่มทุนจีน ที่เข้ามาปลูกสวนกล้วย ที่จ.เชียงราย พบไม่ปลอดภัย 13 คน เตรียมตรวจคนงานเพิ่มอีก 200 คน
ความคืบหน้า กรณีบริษัท หงต๋า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจีน ได้เข้ามาปลูกกล้วยบนพื้นที่กว่า 3,400 ไร่ ในพื้นที่ อ.ขุนตาล จ.เชียงราย และชาวบ้านได้ร้องเรียน ถึงผลกระทบจากการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้สาธารณสุข โดยโรงพยาบาลพญาเม็งราย ได้เข้ามาเจาะเลือดคนงานทั้ง 43 ราย เพื่อตรวจสอบหาสารเคมี ขณะที่เกษตรจังหวัดเชียงราย ได้เข้ามาเก็บตัวอย่างกล้วยไปตรวจ และทางทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ได้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ
นาย ภูเบศร์ จูละยานนท์ นายอำเภอพญาเม็งราย บอกว่า การสุ่มตรวจหาสารเคมีในเลือดของคนงาน 43 คน พบว่ามีผลอยู่ในเกณฑ์ปกติจำนวน 6 คน //ปลอดภัยจำนวน 14 คน กลุ่มเสี่ยง 10 คน และไม่ปลอดภัยจำนวน 13 คน โดยสารเคมีที่พบนี้เป็นสารเคมีโดยทั่วไป ที่ประชาชนส่วนใหญ่สามารถรับได้โดยง่าย หากมีการบริโภคพืชผักที่ล้างไม่สะอาด ทั้งนี้จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบพฤติกรรมย้อนหลังของคนงานอย่างละเอียดต่อไปเพื่อหาสาเหตุของสารเคมี
ขณะเดียวกัน จะสุ่มตรวจวัดสารเคมีจากคนงานอีกครั้ง จากทั้งหมด 200 คน และตรวจผลผลิตที่ออกมาเป็นระยะๆ หากพบว่ายังมีสารเคมีอยู่ในกล้วยมากเกินไป ก็จะมีคำสั่งให้ปิดสวน เพราะผลผลิตกล้วยที่ได้มาจากประเทศไทย อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาด และชื่อเสียงโดยรวมของเกษตกรในประเทศไทยด้วย
นายวิวัฒน์ แจ้งสว่าง นายอำเภอขุนตาล จ.เชียงราย บอกว่า ชาวบ้าน 3 ตำบล ที่ได้รับผลกระทบจาก ทุนจีนที่เข้ามาทำสวนกล้วย ใช้น้ำในลุ่มน้ำอิงจนแห้งขอด
ล่าสุด ่ทางสวนกล้วยได้หยุดการสูบน้ำจากแม่น้ำอิงแล้ว ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ก็ได้ทำการกั้นฝายเพื่อชะลอน้ำไว้ใช้
นายทวนชัย วลัยสุข หัวหน้าคนงานสวนกล้วย บริษัทหงต๋าอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด บอกว่า ได้มีการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลจำนวน 3 บ่อ แต่ปริมาณน้ำบาดาล ไม่พอต่อการล่อเลี้ยง เนื่องจากพื้นที่การปลูกกล้วยมีจำนวนมาก จึงได้ทำการประหยัดน้ำโดยการใช้น้ำล่อเลี้ี้ยงต้นกล้วยเพียงวันหนึ่งแปลง เพื่อที่จะล่อเลี้ยงให้อยู่รอดได้ไปจนถึงช่วงฤดูฝน ทั้งนี้ ได้เตรียมแผนการขุดเจาะบ่อบาดาลน้ำตื้นเพื่อที่จะหาแหล่งน้ำมาช่วยเสริมแทนการขุดเจาะบ่อบาดาลน้ำลึก ที่ต้องมีการขออนุญาตจากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งต้องใช้เวลานาน
ทั้งนี้ หัวหน้าคนงานสวนกล้วย บริษัทหงต๋า ยืนยันว่าได้มีการใช้สารเคมีจริงแต่หลังจากเกิดเรื่อง ก็จะไม่ใช้สารเคมีจากจีน แต่จะหันมาใช้ของไทยแทน และจำเป็นต้องใช้สารเคมีในการฆ่าหญ้าเพื่อความรวดเร็ว เนื่องจากพื้นที่ปลูกในอำเภอพญาเม็งรายมีจำนวนมากถึง 2,711 ไร่ และทำการปลูกไปแล้ว 800 ไร่และเป็นพื้นที่การปลูกกล้วยอนุบาลอยู่ 300 ไร่ โดยผลผลิตบางส่วนได้ทำการส่งขายไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว