(4 เม.ย.59) ความคืบหน้ากรณีที่มีการแชร์คลิปวีดีโอในสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลาย เกี่ยวกับพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นเยาวชนหญิงหลายคน รุมทำร้ายร่างกายทั้งเตะ ตบ กระชากผม เด็กหญิงวัย 14 ปีอย่างทารุณ ที่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่งใน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกหลายคนเข้าใจว่าน่าจะเป็นการตบตีแย่งผู้ชาย หรือเป็นการทะเลาะวิวาทของวัยรุ่นธรรมดา แต่เมื่อญาติและเหยื่อได้เข้าแจ้งความพร้อมให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า สาเหตุที่ถูกรุมทำร้ายอย่างทารุณนั้นเพราะ ด.ญ.คนดังกล่าวไม่ยอมไปขายบริการตามที่ น.ส.สาวิตรี ดอกจันทร์กลาง อายุ 21 ปี หรือกลุ่มเยาวชนจะเรียกกันว่า เจ๊แนน บังคับ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้เรียกสอบปากคำพยานและผู้เสียหายเพิ่มเติม จากคำให้การผู้เสียหายก็ยืนยันว่าได้ถูกบังคับขายบริการจริงล่าสุดทางพนักงานสอบสวนจึงได้ควบคุมตัว น.ส.สาวิตรี หรือเจ๊แนน มาสอบปากคำที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ เพิ่มเติม พร้อมได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ "เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปเพื่อค้าประเวณี" จากที่ก่อนหน้านี้ได้แจ้งไปแล้ว 1 ข้อหาคือ "ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ" พร้อมจะได้นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุอีก 8 คนที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีนั้น ได้ส่งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเรียบร้อยแล้ว
ภายหลังแจ้งข้อหากล่าวหาเพิ่มแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบปากคำพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก เพื่อหาข้อมูลหลักฐานมาประกอบสำนวนคดีตามที่ผู้เสียหายให้การ แต่ขณะนี้ยังไม่มีวัตถุพยานที่จะเป็นหลักฐานชี้ชัดได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นคนบังคับให้ค้าประเวณี ซึ่งก็เป็นเพียงคำให้การของผู้เสียหายเท่านั้น
ขณะที่ น.ส.สาวีตรี หรือเจ๊แนน ผู้ถูกกล่าวหา ก็ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้บังคับให้ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) ขายบริการตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่า น.ส.บี ได้มาอยู่กินที่บ้านของตนเองเป็นครั้งคราวจริง บางครั้งก็มีผู้ชายขับรถยนต์มารับที่หน้าบ้านออกไปข้างนอกโดยไม่รู้ว่าเป็นใครและออกไปไหน แต่หากจะไปขายบริการก็ถือว่าเป็นความสมัครใจของ ด.ญ.บี เอง ตนไม่ได้บังคับตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปว่าตนเองและวัยรุ่นอีกหลายคนร่วมกันรุมทำร้าย ด.ญ.บี นั้น เพราะเนื่องจากตนโกรธแค้น ด.ญ.บี มาด่าทอบุพการีของตนเองเสียๆ หายๆ จึงได้ลงมือทำร้ายโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็หยุดแล้วก็พา ด.ญ.บี ส่งโรงพยาบาล ส่วนที่มีข้อความโพส์ตในเฟสในลักษณะข่มขู่ผู้เสียหาย และพยานนั้น น.ส.แนน หรือเจ๊แนน ก็ยอมรับว่าได้เขียนข้อความดังกล่าวจริง แต่ก็ไม่เคยทำตามที่ขู่แต่อย่างใด
ด้านนางฉันชนก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ป้าของผู้เสียหาย ได้เรียกร้องให้มูลนิธิ ปวีณา เข้ามาดูแลช่วยเหลือเรื่องคดีที่หลานถูกกลุ่มวัยรุ่นหญิงนับสิบรุมทำร้ายทั้งตบ เตะ กระชากผมอย่างทารุณจนได้รับบาดเจ็บสาหัสสาเหตุเพราะหลานไม่ยอมไปขายบริการตามที่ถูกบังคับ เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากหลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุที่ทั้งตบและเตะหลาน ยังมาข่มขู่หลาน และข่มขู่ปู่กับย่าที่บ้านว่าจะทำร้ายหากเอาเรื่อง โดยไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทั้งเกรงว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องสิทธิเด็กเยาวชนไม่ดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ก็จะเป็นภัยต่อสังคมและอาจจะมีเด็ก เยาวชนตกเป็นเหยื่อถูกบังคับไปขายบริการและถูกทำร้ายซ้ำอีก