สุดสลดแม่วัยชรา มีลูก 3 คน กลับทอดทิ้งให้อยู่คนเดียวไม่สนใจช่วยกันดูแลบุพการีเพียงคนเดียวได้ จนแม่เฒ่าวัย 60 ปีรายนี้ต้องไปหาอาศัยในกระท่อมร้างที่ผุพังไร้สิ่งอำนวยความสะดวก และขอข้าววัดประทังชีวิตมานานกว่า 4 ปี"ร่ำไห้อยากให้ลูกกลับมาเยี่ยมบ้านหาแม่บ้าง และอยากเห็นหน้าลูกๆครั้งสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ ซึ่งขณะนี้เริ่มมีอาการเจ็บป่วยหลายโรครุมเร้าหนัก
ซึ่งแม่เฒ่ารายนี้ หรือ คุณยายทองใส ลาดนอก ปัจจุบันอายุ 60 ปี อาศัยอยู่ในกระท่อมร้างเก่า ๆ ใกล้ผุพังในหมู่บ้านนาแก ม.7 ต.นาหนองทุ่ม อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ที่ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน อบต.นาหนองทุ่มได้ช่วยกันสร้างขึ้นให้พอได้มีที่อยู่ช่วยกันแดดกันฝน ที่ต้องอยู่ลำพังคนเดียวไร้บุตรหลานมาช่วยดูแลมานานกว่า 5 ปีแล้ว หลังจากบุตรชายทั้งหมด 3 คน ต่างพากันแยกออกไปหาทำงานและไปมีครอบครัวอยู่ยังต่างจังหวัดกันหมดแล้ว และไม่มีลูกคนไหนเคยกลับมาเยี่ยมบ้าน และติดต่อแม่เฒ่ารายนี้กลับมาอีกเลยมานานกว่า 4 ปีที่ผ่านมา
โดยนางทองใส เองก็พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปหาลูกทั้งหมดมาตลอด แต่ก็ไม่มีใครยอมรับสายโทรศัพท์และมีการกดตัดสายโทรศัพท์ทิ้งไม่ยอมรับสายเมื่อแม่รายนี้โทรไปหาลูกทุกคนโดยตลอด จนปัจจุบันไม่เคยมีใครสนใจติดต่อกลับมาบ้านอีกเลย และตัวแม่เฒ่ารายนี้ในปัจจุบันก็เริ่มมีอาการเจ็บป่วยหลายโรครุมเร้าเป็นจำนวนมาก ทั้งโรคเบาหวานความดันและโรคซึมเศร้า จนเริ่มจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และต้องขอข้าววัดใกล้เคียง และเพื่อนบ้านที่พบเห็นให้ความสงสารก็ช่วยนำข้าวมาให้พอได้ประทังชีวิตมาจนปัจจุบันนานกว่า 4 ปีที่ผ่านมา
นางทองใส เล่าว่า เมื่อหลายสิบปีก่อนก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่และลูกๆ มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว ต่อมาสามีคือนายบัวสี ตาลชัยภูมิ ได้เสียชีวิตลงเมื่อ 5 ปีก่อน ลูกๆจึงแยกย้ายไปทำงานตามต่างจังหวัดและมีครอบครัวทิ้งให้ตนต้องอยู่คนเดียวเพียงลำพังมาตลอด และลูกๆทั้ง 3 คนก็ไม่เคยกลับมาเยี่ยมเยือนหรือมาดูแลแม่อีกเลย บางครั้งอดคิดถึงลูกไม่ไหวก็ไปขอโทรศัพท์เพื่อนบ้านโทรหาลูกๆ แต่เมื่อลูกๆรู้ว่าแม่โทรไปหลายๆครั้งก็โดนตัดสายทิ้ง ไม่ยอมรับสาย หรือพูดคุยด้วย เมื่อหมดที่พึ่งช่วงที่ร่างกายยังพอทำงานไหว ก็ออกไปหาเก็บของป่าบนภูเขาใกล้บ้าน เช่น หน่อไม้ผักหวานไข่มดแดงเห็ดต่างๆ นำมาขายพอได้เงินไว้ซื้อข้าวสารและกับข้าว ต่อมาที่หนักเข้าเมื่อช่วง 2 ปีให้หลัง เริ่มมีโรครุมเร้าหลายโรคทั้งเบาหวาน และความดัน รวมทั้งเป็นต้อกระจก สายตาฟ่าฟางมองไม่ค่อยเห็น จึงไม่สามารถออกไปเก็บของป่าขายได้เหมือเมื่อก่อน จนสุดท้ายต้องไปอาศัยกินข้าววัดใกล้บ้านบางครั้งเพื่อนบ้านก็แบ่งปันมาให้บ้าง
หลายครั้งที่ป่วยต้องไฟโรงพยาบาล ก็ต้องเดินไปหาคนรู้จักในหมู่บ้าน เพื่อให้พาไปหาหมอ ล่าสุดได้พยายามออกไปเก็บผักหวานข้างบ้านเอามาทำกับข้าว แต่ล้มแขนหักต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแก้งคร้อ ตอนนี้จึงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทุกวันจะออกมานั่งใต้ต้นไม้หน้าบ้าน และมองออกไปที่ถนน หวังว่าสักวันลูกๆจะกลับมาหาแม่ ให้แม่ชื่นใจก่อนจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าลูกทุกคนอีก เพราะไม่รู้จะอยู่บนโลกนี้ได้นานแค่ไหน และอยากฝากไปถึงลูกๆทุกคนว่า แม่อยากเห็นหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นลมหายใจ