พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปคม. ได้เข้าร่วมแผนปฏิบัติการจัดระเบียบขอทานร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)จังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานต่างๆ ขยายผลช่วยเหลือขอทานตาบอดที่ถูกกักขังโดยมีการล็อคห้องจากด้านนอกไว้ในโรงแรมฟ้าสาง จากการตรวจสอบพบขอทานพิการทางสายตา จำนวน 2 คน ชาย 1 หญิง 1 ดดยทั้งคู่จะทำการขอทานภายในชุมชนพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียง เมื่อทำการขอทานเสร็จสิ้นนายบุญโฮมจะนำเงินที่ได้มาซื้ออาหารให้ทั้งสองคน จากนั้นจึงล็อคห้องไว้จนกว่าจะไปทำงานอีกครั้ง หากผู้เสียหายไม่ยอมทำตามนายบุญโฮมจะพูดข่มขู่ว่าจะแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดีกับทั้งคู่ที่เป็นขอทาน
พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า จากการสอบถามผู้เสียหาย ให้การว่า นายบุญโฮมหลอกว่าจะมาให้ทำงานเป็นวงดนตรีขอทานแต่ปรากฏไม่เป็นเช่นนั้น แต่เนื่องจากกลัวนายบุญโฮมแจ้งตำรวจจึงไม่กล้าขัดขืน อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวถือเป็นคดีแรกที่สามารถจับกุมผู้อยู่เบื้องหลังการขอทานได้
นางขวัญวงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก พม.ได้ลงพื้นที่จัดระเบียบขอทานจึงพบเบาะแสว่ามีการหาผลประโยชน์กับกลุ่มคนพิการทางสายตา โดยหลอกลวงมาให้ขอทานตามชุมชน อย่างไรก็ตามคาดว่ากฎหมายใหม่สำหรับขอทานจะกำหนดใช้กลางปีนี้ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.ผู้แสดงความสามารถ จะต้องมาแจ้งพื้นที่ที่จะทำการแสดง พร้อมระบุความสามารถอะไร 2.ขอทานเพื่อหาเลี้ยงชีพ ให้มารายงานตัวพร้อมระบุตัวตนที่ชัดเจน ทางกระทรวงยินดีช่วยเหลืออย่างไรก็ตามมีผู้หวังผลประโยชน์โดยทำเป็นกระบวนการทางธุรกิจ ทั้งนี้กฎหมายใหม่มีการระบุโทษ หากไม่มีการรายงานตัว จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายบุญโฮม ให้การว่า ตนได้รู้จักการกลุ่มคนพิการทางสายตาเนื่องจากผู้เสียหายได้จ้างให้ตนเป็นคนขับรถให้ โดยให้ราคา 350 บาทต่อวัน จากนั้นตนจึงได้ชักชวนมาให้ทำวงดนตรีคนตาบอด ซึ่งบางรายก็โทรมาหาตนเอง ทั้งนี้ตนได้ทำงานในลักษณะนี้มาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว ขอยืนยันว่าสาเหตุล็อคห้องพักเนื่องจากทั้ง 2 คน ชอบดื่มสุราทำให้ไปรบกวนผู้พักอาศัยห้องอื่นๆทำให้ตนเดือดร้อนจึงตัดสินใจล็อคห้องไว้
รายงานข่าวแจ้งว่าจากการสอบสวนผู้เสียหาย ได้รู้จักกับนายบุญโฮมในชื่อ โม่งและเริ่มทำงานขอทานตั้งแต่ปี2553 โดยนายบุญโฮมอ้างว่าจะพามาทำงาน ซึ่งการทำงานจะแบ่งเป็น 2 เวลา คือ ช่วงเช้าและช่วงเย็น โดยมีรายได้1,500-2,000 บาทต่อวัน ในการทำงานแต่ละครั้ง นายบุญโฮมไม่เคยให้เงินติดตัวเลย และห้ามพูดคุยกับคนอื่น หากไม่ทำตามคำสั่งนายบุญโฮมก็จะพูดจาข่มขู่ ซึ่งจากการทำงานครั้งล่าสุดนายบุญโฮมอ้างว่าจะให้เงิน 7,000 บาท แต่กลับได้รับเงินเพียง 3,500 บาทเท่านั้น