ผู้สื่อข่าวเผย หลังจากที่เครือข่ายพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทย ออกประกาศนิมนต์พระสังฆาธิการทั่วประเทศให้ทำพิธีขับพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ออกหมู่สงฆ์ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้หัวดื้อ ว่ายากสอนยาก ได้สมคบคฤหัสถ์ ด้วยการสมคบอันไม่สมควร เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะในสงฆ์ มีความประพฤติเป็นที่รังเกียจต่อคณะสงฆ์นั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะสงฆ์อำเภอธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด และคณะสงฆ์ จ.อุบลราชธานี ได้ออกประกาศขับพระพุทธะอิสรพ้นจากหมู่สงฆ์ชั่วคราวเช่นกัน ส่วนกรณีมีผู้เห็นว่า ไม่สามารถลงโทษกรณีดังกล่าวแก่พระพุทธะอิสระได้นั้น ที่ประชุมสงฆ์ลงมติว่า สามารถทำได้ เพราะพระสงฆ์ทั้งหมดก็ถือสังวาส เดียวกัน คือ มหานิกาย เนื่องจากพระในเมืองไทยมีสองนิกายเท่านั้น คือ ธรรมยุต กับ มหานิกาย การบวชของพระสุวิทย์ ก็บวชโดยคณะสงฆ์ไทย ในฐานะทำให้คณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายเสียหาย จึงสามารถลงโทษโดยขับออกไปจากหมู่สงฆ์ชั่วคราวได้ แต่ยังมีเมตตาแบบพระสงฆ์ ให้โอกาสกลับตัว
นายชยพล พงษ์สีดา รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) บอกว่า การที่คณะสงฆ์จขับพระพุทธะอิสระพ้นจากหมู่สงฆ์ชั่วคราว ทางพระธรรมวินัยนั้น หากเป็นการดำเนินการตามพระธรรมวินัย รัฐบาลและ พศ.ก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เนื่องจากเป็นเรื่องของคณะสงฆ์โดยตรง
ด้าน ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา(สนพ.) บอกว่า พระพุทธะอิสระได้ยื่นข้อเสนอเรื่องการดีเบตมาถึงตน 8 ข้อ แต่ไม่ขอดีเบตเรื่องพระลิขิตกับเรื่องงบประมาณอุดหนุนการปฏิบัติศาสนกิจสมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากได้มีการยื่นร้องเรียนผ่านกระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ส่วนจะดีเบตเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมของพระพุทธะอิสระแล้ว