เนชั่นทีวี

ข่าว

คมชัดลึก : ใครถ่วง!...คดีทายาทกระทิงแดง

29 มี.ค. 2559 | nation_ent

คมชัดลึก : ใครถ่วง!...คดีทายาทกระทิงแดง

จากกรณี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อายุ 31 ปี ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ พุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผบ.หมู่ป. สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อปี 2555 แต่พนักงานสอบสวนรับผิดชอบคดี ปล่อยให้ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขาดอายุความ จนเกิดเป็นข้อครหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมในการลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมาย

  ดังนั้น เมื่อค่ำวันที่ 29 มีนาคม รายการ คม ชัด ลึก จึงหาคำตอบว่า คดีทายาทกระทิงแดง ไปไม่ถึงไหน..ใครถ่วงใคร ?นัทนันท์ กลั่นประเสริฐ พี่สะใภ้ของ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ กล่าวว่า  รื้อคดีอย่างนี้ก็ถือว่าได้รับความเป็นธรรมระดับหนึ่ง หลังจากรอมา 4 ปี คดีไม่มีการเคลื่อนไหว หรือคืบหน้า แต่จะไปเรียกร้องอะไร เราเรียกร้องไม่ได้ ที่ผ่านมาไม่เคยร้องเรียน เราเป็นเพียงแค่พี่สะใภ้เท่านั้น

คมชัดลึก : ใครถ่วง!...คดีทายาทกระทิงแดง

ในวันเกิดเหตุ เขาบอกว่า หลังจากพิธีศพเสร็จสิ้นแล้วค่อยมาคุยกัน นี่คือสิ่งที่เราได้จากเขา ขณะดำเนินงานศพไม่ได้พูดอะไรกันเลย หลังจากพิธีศพเสร็จสิ้น ก็ถูกเรียกให้ไปตกลงกันที่ สน.ทองหล่อ ก็ไปกัน 3 คน คือ พี่ชายของคนตาย ดิฉัน และพี่สาวของคนตายอีกหนึ่งคน เขามีทนายมา 2 คน ก็คุยกันว่าจะเยียวยาให้แก่เราระดับหนึ่ง ให้เราเป็นฝ่ายเรียกร้อง แต่ก็ไม่รู้จะเรียกร้องขนาดไหน เพราะได้เงินมากขนาดไหนก็ไม่คุ้มกับการสูญเสียคนที่เรารักขั้นตอนของการเยียวยา ถือว่าจบแล้ว สิ่งที่จะเรียกร้องและได้มา ขณะนั้น น้องชาย อายุ 47 ปี บวกอายุการทำงานไปจนถึงเกษียณอายุ บวกกับเงินเดือนเดือนสุดท้าย คูณกับระยะเวลาทำงานที่เหลือ ก็เรียกร้องไป 8 ล้านบาท แต่เขาบอกว่าให้ได้แค่ 2 ล้านบาท ก็ย้อนถามกลับไปว่า ชีวิตคนคนหนึ่งมีค่าแค่นี้หรือ ? ถ้าย้อนกลับ หากเป็นลูกของคุณ คุณจะยินยอมไหม? หากเปลี่ยนกันได้ ขอชีวิตน้องชายคืนมา ทุกคนมีความหวังกับน้องชายมาก อย่างไรก็ตาม เจรจาตกลงกันได้ว่า เขาจ่ายเงินให้ 3 ล้านบาท เซ็นบันทึกไว้เรียบร้อย

คมชัดลึก : ใครถ่วง!...คดีทายาทกระทิงแดง

แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับ เพราะเขาก็บอกว่า หากไม่รับเงิน 2 ล้าน ก็ให้ไปฟ้องร้องเอาเอง เพราะเราไม่ได้เป็นทายาทโดยตรง เช่น ภรรยา บุตร พ่อ แม่ ขณะที่พี่ชายของเขาไม่ต้องการเงินอยู่แล้ว เพราะเขาน็อกไปชั่วขณะตั้งแต่รู้ว่าน้องชายเสียชีวิต ดิฉันก็ไม่คิดว่าเงินสำคัญ แต่ทำไม ขับรถชนแล้วจะลงมาดูคนเจ็บหน่อยได้ไหม ?สมบัติ วงศ์กำแหง อดีตเลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า จากที่ทีมโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดแถลงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม เห็นว่า จากระยะเวลาที่ตำรวจทำคดีส่งสำนวนให้แก่อัยการ ไม่นานเกินกว่าปกติ ไม่ล่าช้า อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้เลย

คมชัดลึก : ใครถ่วง!...คดีทายาทกระทิงแดง

กรณีคุยกันเรื่องค่าเสียหายยุติลงแล้ว ในคดีที่เกิดขึ้น จะมีประเด็นเรื่องค่าเสียหายทางแพ่ง กับความผิดทางอาญา เมื่อผู้กระทำความผิดเจรจาเรื่องค่าเสียหายได้แล้ว คดีอาญาก็ดำเนินไปตามขั้นตอนตามปกติโดยปกติทางพนักงานสอบสวนจะมุ่งไปที่ฝ่ายผู้เสียหาย เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้อง ซึ่งในการสอบสวนต้องให้ครบถ้วนทั้งสองด้าน ดังนั้น ฝ่ายผู้ต้องหาเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องขอความเป็นธรรม เมื่ออัยการเห็นว่า สำนวนมีช่องโหว่จริง ก็สั่งสอบเพิ่มเรื่องนี้ที่แปลกคือ ปกติจะร้องขอความเป็นธรรมกันเพียงครั้งเดียว ทำไมถึงมีการร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า หลังจากอัยการส่งฟ้อง แต่มีการร้องขอความเป็นธรรม ต้องมีการสอบพยานเพิ่มเติม ทำให้คดีขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด หมดอายุความ 3 กันยายน 2556 ตรงนี้เห็นว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ผิดปกติแต่หากมองอีกมุม การทำคดีขับรถชนไม่มีอะไรยุ่งยาก ไม่สลับซับซ้อน ผมว่า 6 เดือน ไม่ล่าช้าจริง แต่ผมมองว่า ใช้เวลามากไป สำหรับคดีที่ไม่สลับซับซ้อน

คมชัดลึก : ใครถ่วง!...คดีทายาทกระทิงแดง

คดีนี้ ตำรวจเสียชีวิต พนักงานสอบสวนอาจจะต้องการทำให้รอบคอบ แต่ควรจะทำให้เร็วกว่านี้เมื่อเรื่องไปถึงอัยการ ผู้ต้องหาก็ได้รับการประกันตัว ปล่อยตัวชั่วคราวไป ในขณะที่ปัจจุบันคดีประเภทนี้หากไม่เสร็จภายใน 6 เดือน ถ้าผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว จะต้องนำตัวไปควบคุม ฝากขังที่ศาล เพื่อเร่งรัดคดีให้เร็วขึ้นคดีนี้ ผู้ต้องหามีการร้องขอความเป็นธรรมหลายหน ให้สอบในประเด็นเพิ่มขึ้นมา ตรงนี้ ในความเห็นส่วนตัวบอกได้ว่า เป็นการประวิงคดีกรณีตรวจแอลกอฮอล์ในคดีนี้ ตรวจช้าไป เพราะเหตุเกิดเช้ามืด แต่ไปตรวจตอนเย็น ประการต่อไป ไม่สามารถหาพยานยืนยันว่า ก่อนหน้านั้น เมาหรือไม่ ? และหากทราบว่ามาจากไหน ก็จะเดาได้ว่า เมาหรือไม่เมา ตรงนี้อยู่ที่การสอบสวนของตำรวจ เมื่อพยานหลักฐานอ่อน ก็ไม่พอที่จะสั่งฟ้องได้




ข่าวล่าสุด