ซื้อน้ำรดอ้อยสู้วิกฤตแล้ง

สภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้แหล่งน้ำบนดินใต้ดินแห้งขอด เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยต้องบรรทุกน้ำไปราดรด เพื่อให้ความชุ่มชื้นและทำการเพาะปลูกใหม่ ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
ข่าว
สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดกาฬสินธุ์พบว่า ได้ส่งผลกระทบรอบด้านกับประชาชน ทั้งภาวการณ์ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และพืชผลขาดน้ำแห้งตาย เนื่องจากแหล่งน้ำทั้งบนดินและใต้ดินแห้งขอดหมดไป ทั้งนี้ทางจังหวัดฯ โดยนายวินัย วิทยานุกูล ผวจ.กาฬสินธุ์ และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ ได้ปล่อยคาราวานแจกจ่ายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว อย่างไรก็ตาม พบว่าวิกฤตภัยแล้งที่เกิดขึ้น ยังได้ส่งผลกระทบถึงพืชผลทางการเกษตร ที่เริ่มแห้งตายได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง
นายอุทัย ใจธรรม อายุ 30 ปี เกษตรกรชาวไร่อ้อยบ้านเลขที่ 94 หมู่ 9 ต.ห้วยเม็ก อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ฤดูแล้งปีนี้นับเป็นวิกฤตแล้งรุนแรงมาก ทำให้ไร่อ้อยอายุ 3 เดือนที่ปลูกไว้ 5 ไร่ ขาดน้ำและเริ่มทยอยตายลงเรื่อยๆ เพื่อลดความสูญเสียจึงได้ลงทุนซื้อทั้งถังบรรจุน้ำ แล้วบรรทุกน้ำมาราดรดให้ความชุ่มชื้น รวมทั้งซื้อพันธุ์อ้อยทำการปลูกซ่อมแซมต้นอ้อยที่ตายไป โดยน้ำที่ซื้อมารดอ้อยบรรจุถัง 2,000 ลิตร ราคา 200 บาท ทำให้การปลูกอ้อยปีนี้เพิ่มทุนการผลิตสูงขึ้น และเสี่ยงต่อการขาดทุนเป็นอย่างมาก แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะมันเป็นอาชีพ
สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว ขณะนี้มีปริมาณทั้งหมดที่ 474 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 24 ระดับน้ำใช้การได้ที่ 374 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 19 จากความจุอ่างที่ 1,890 ล้าน ลบ.ม. โดยเขื่อนลำปาวได้ระบายน้ำเฉลี่ยวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน