เมื่อวันที่ 28 มี.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ภายหลังมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค อาศัยอำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ปรากฏว่ามีผู้ออกไปให้ข่าว ข้อมูลที่บิดเบือนจนทำให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาตื่นตระหนกนั้น ตนขอชี้แจงว่าหลายเรื่องที่ปรากฎออกมานั้นไม่เป็นความจริง ทั้งเรื่องการโอนครูไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) การกำหนดให้เปลี่ยนสถานภาพจากข้าราชการครูไปเป็นพนักงานราชการ ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..การยกเลิกเงินวิทยฐานะที่จะหายไปและมีเงินอื่นทดแทน การยกเลิกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู การยุบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา การยุบเขตพื้นที่การศึกษาเหลือจังหวัดละ 1 เขต รวมถึงการยุบสำนักงานคณะส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยจะไม่มีกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) แล้วเปลี่ยนมาใช้ประกังสังคมแทน
ผมขอยืนยันว่าเรื่องเหล่านี้ที่ออกมานั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ครูและผู้บริหารทุกคนยังอยู่กับ ศธ.ส่วนที่ยังมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนก็คือเรื่องของคูปองการศึกษา ตรงนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดยังไม่มีการกำหนดรูปแบบที่ชัดเจน ทั้งนี้ผมไม่รู้เจตนาของผู้ที่ออกมาให้ข่าว หรือข้อมูลแบบนี้มีเจตนา หรือวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ แต่ขอให้ผู้ที่เคลื่อนไหวอยู่หยุดการกระทำ อย่าทำให้ครูของผมตื่นตระหนกหรือเสียขวัญกำลังใจ ซึ่งในช่วงแรกผมก็จะอาศัยทำความเข้าใจผ่านสื่อมวลชนก่อน แต่หากไม่หยุดก็อาจจะเชิญมาทำความเข้าใจ พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข้อกังวลว่าการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าฯ เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งไม่มีประสบการณ์และไม่เหมาะสมกับวิชาการนั้น ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะคนเป็นผู้ว่าฯได้ต้องมีภูมิความรู้ และไม่ได้เข้ามาจัดการศึกษาโดยตรง แต่จะเป็นผู้ที่เข้ามาอำนวยการ บูรณาการทำงานในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างสอดคล้องเชื่อมโยง แต่ในเรื่องของการพิจารณาต่าง ๆ จะอยู่ในรูปองค์คณะบุคคลซึ่งมีทั้งภาคการศึกษา ภาคีต่างๆเข้าร่วม เช่นเดียวกับที่ระบุว่าโครงสร้างนี้จะทำให้มีมาเฟียในพื้นที่มากขึ้น มั่นใจเช่นกันว่า กศจ.ทั้ง 22 คนเป็นผู้ที่มีต้นทุนสูง จะไม่มีทางทำอะไรออกนอกลู่นอกทางแน่นอน
การได้มาของ กศจ.รวมถึงกรรมการชุดต่างๆนั้น เวลานี้อยู่ระหว่างการทำหลักเกณฑ์ระเบียบแนวปฏิบัติ คู่มือการปฏิบัติงาน ให้คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ทำงานได้ชัดเจน ซึ่งตรงนี้ก็ยังมีความเป็นห่วงว่าคนที่เป็นปัญหาเดิม หรือมีอิทธิพลในพื้นที่จะกลับมาเป็นกรรมการอีกนั้น ตอนนี้ยังไม่มีแบล็กลิสต์รายชื่อใคร แต่ผมเชื่อว่าคนในพื้นที่รู้ดีว่าใครเป็นอย่างไรเมื่อถึงเวลาเขาก็จะเลือกคนที่เหมาะสมเข้ามาทำงานแน่นอนรมว.ศึกษาธิการ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแต่งตั้งให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เขต1 มาปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัง(ศธจ.) และให้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯ อื่น ๆ รวมถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) มาเป็นรองศธจ. ทั้งที่ ตำแหน่งเท่ากัน จะถือว่า เป็นการลดตำแหน่งหรือไม่นั้น ไม่เชื่อว่าใครจะคิดเล็ก คิดน้อยอย่างนั้น เพราะถ้าคิดก็คงไม่ไหว และการที่ให้สพป.เขต1 มาเป็นศธจ. ก็เพราะสพป.เขต1 เป็นผู้แทนของศธ. ประจำจังหวัดอยู่แล้ว แต่จะได้เป็นตัวจริงหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ
ทั้งนี้ตนได้หารือกับผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อคิดกรอบอัตรากำลัง ภาระงาน เมื่อได้กรอบมาแล้วก็จะเกลี่ยคนในศธภ. และศธจ. โดยจะพยายามไม่เพิ่มคน ส่วนการรับสมัครคัดเลือกครูผู้ช่วยที่ได้เลื่อนออกไปนั้น ยังให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิม ที่ให้เขตที่ฯจัดสอบ โดยรวมกลุ่มและให้มหาวิทยาลัยออกข้อสอบ จากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จะต้องไปกำหนดปฏิทินการสอบใหม่ และประกาศให้ทราบต่อไปอย่างไรก็ตาม ศธ.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างตามมาตรา 44 ผ่านทางเว็บไซต์ www.moe.go.th และสายด่วน ศธ. 1579 ตลอด 24 ชั่วโมง