พลเมืองดีฝ่าฝนไปช่วยสาวรถเสียคาสะพาน ถูกแท็กซี่ชนตกลงมาด้านล่าง เมื่อเวลา03.20น. วันที่ 26 มีนาคม ร.ต.อ.วิทยา รัตนัง รอง สว.(สอบสวน) สน.สำเหร่ รับแจ้งมีเหตุรถชนคนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บบริเวณสะพานต่างระดับราชพฤกษ์มุ่งหน้าถนนรัชดาท่าพระ ช่วงเหนือสี่แยกตากสิน แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม.จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และทีมกู้ชีพ รพ.ตากสิน
ที่เกิดเหตุอยู่ด้านบนตรงกลางสะพานต่างระดับเหนือสี่แยกตากสิน พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆฬ-1586 กทม. จอดเสียเปิดไฟผ่าหมากอยู่ที่ริมถนนตรงขอบทางด้านซ้าย ห่างมาทางด้านหลังราว 10 เมตรที่ช่องทางเดินรถเดียวกัน พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ็ส สีขาว หมายเลขทะเบียน ฌบ-2273 กทม. ถูกชนท้ายอย่างรุนแรงจนหมุนขวางถนน สภาพกันชนท้ายซีกขาวและตัวถังรถข้างขวาพังยับเยิน ส่วนรถคู่กรณีที่พุ่งชนเป็นแท็กซี่ของสหกรณ์แท็กซี่ไทยจำกัด ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทส-5689 กทม. เสียหลักฟาดเข้ากับขอบทางห่างจากรถคู่กรณีทั้ง 2 คันไปทางด้านหน้าประมาณ 30 เมตร สภาพรถกันชนหน้าพังยุบจนถึงห้องเครื่อง
เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าของรถโตโยต้า วีออส ทราบชื่อคือ น.ส.ปัณณิชา ครรภาฉาย อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 180 ซอยสิรินธร 2 แขวง/เขตบางพลัด กทม.ถูกแรงกระแทกอัดเข้าที่ขาข้างซ้ายหักขณะจอดรถลงมาขอความช่วยเหลือ หน่วยกู้ภัยจึงรีบนำตัวส่ง รพ.เซ็นหลุยส์ ให้แพทย์ทำการรักษา สำหรับพลเมืองดีเจ้าของรถฮอนด้า แจ็ส ที่จอดรถลงมาช่วยเหลือเคราะห์ร้ายถูกพุ่งชนจนร่างลอยละลิ่วตกจากสะพานความสูงราว 10 เมตร ลงไปกระแทกพื้นเบื้องล่างทราบชื่อคือ นายเกียรติศักดิ์ สุรินทร์ อายุ 28 ปี ภูมิลำเนาเลขที่ 21 หมู่ 10 ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง มีบาดแผลแตกที่ศีรษะกระดูกซี่โครงหักหลายซี่ ทีมแพทย์กู้ชีพพยายามช่วยกันปั๊มหัวใจยื้อชีวิตแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวขาดใจตายคาจุดเกิดเหตุ
จากการสอบสวน นายชิงชัย สมบุญเก่า อายุ 27 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่ฝนกำลังโปรยลงมาเบาๆ ตนขับ รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานต่างระดับจะมุ่งหน้ากลับบ้านพักย่านถนนราชพฤกษ์ เห็น น.ส.ปัณณิชา จอดรถเปิดไฟผ่าหมากลงมาขอความช่วยเหลือจากรถคันหลัง เนื่องจากรถเสียตรงจุดอันตรายที่ตรงกลางสะพานพอดี ซึ่งตนไม่มีความรู้เรื่องช่างจึงไม่สามารถทำอะไรได้ จนกระทั่ง นายเกียรติศักดิ์ ผู้ตายขับรถขึ้นสะพานตามหลังมาและทำการจอดรถเพื่อจะเข้าช่วยเหลือ ระหว่างที่ นายเกียรติศักดิ์ กำลังเดินเข้าไปสอบถาม น.ส.ปัณณิชา อยู่นั้น จู่ๆ รถแท็กซี่คู่กรณีก็เร่งเครื่องขึ้นสะพานมาอย่างรวดเร็วจนพุ่งชนท้ายรถของ นายเกียรติศักดิ์ เสียงดังสนั่นส่งผลให้ร่าง นายเกียรติศักดิ์ ถูกกระแทกจนตกสะพานลงไปสู่พื้นด้านล่างต่อหน้าต่อตา ส่วน น.ส.ปัณณิชา ก็โดนตัวถังรถอัดก๊อปปี้ที่ขาหัก โชคดีมากที่ตนยืนห่างพอสมควรจึงไม่ได้รับบาดเจ็บไปด้วยจากเหตุการณ์นี้ ส่วนโชเฟอร์รถแท็กซี่คู่กรณีอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป พอตั้งสติได้ตนจึงรีบแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ
ต่อมา น.ส.รุ่งนภา ธนสารสกุล อายุ 34 ปี ภรรยา นายเกียรติศักดิ์ ผู้ตาย ทราบข่าวจึงรีบรุดมาดูศพสามีถึงกับร้องไห้โฮ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า ผู้ตายกำลังจะขับรถไปหาเพื่อน ซึ่งตนก็เตือนแล้วว่าอย่าออกมา เพราะฝนกำลังตกไม่คิดว่าสามีจะต้องมาจบชีวิตเพราะความใจดีมีน้ำใจจะเข้าช่วยเหลือผู้อื่น ชีวิตหลังจากนี้ไม่รู้จะอยู่อย่างไรสามี ไม่น่าด่วนจากไปทิ้งตนกับลูกสาววัยเพียง 7 เดือนไปไวขนาดนี้
ด้าน ร.ต.อ.วิทยา เปิดเผยว่า ยังไม่แจ้งข้อหากับผู้ใดเบื้องต้นจะติดตามไปสอบปากคำ น.ส.ปัณณิชา ผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นเจ้าของรถโตโยต้า วีออสที่โรงพยาบาลเสียก่อน ส่วนโชเฟอร์แท็กซี่ที่หลบหนีไปนั้นจะรีบประสานไปยังเจ้าของอู่ให้ช่วยติดตามตัวมาพบตำรวจ เพื่อสอบสวนอย่างละเอียดเช่นกันจากนั้นจึงจะแจ้งข้อหาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
ต่อมาเมื่อเวลา 07.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.วิทยา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุคนขับแท็กซี่จอดรถทิ้งไว้แล้ววิ่งหนีไป โดยล่าสุดคนขับได้เข้ามอบตัวแล้ว ทราบชื่อ นายสุชีพ พลพิทักษ์ 52 ปี อยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติม เบื้องต้น คนขับแท็กซี่ อ้างว่ามองไม่เห็น