ชงปิดแหล่งท่องเที่ยวแก้ปะการังฟอกขาวคณะทำงานปะการังเสนอปิดเกาะท่องเที่ยว 32 จุด แยกเป็น 15 จุดทะเลอันดามัน เช่น เกาะสิมิลัน เกาะไผ่ เกาะยูง อาดังราวี และอ่าวไทย 17 จุด เช่น เกาะค้างคาว เกาะช้างน้อย เกาะทะลุ เพื่อป้องกันผลกระทบรบกวนจากปะการังฟอกขาวรุนแรงปี 59 วันนี้(25มี.ค.) ที่กรมทรัพยากรทางทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) ประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาพื้นที่ที่มีความสามารถในการติดตามสถานภาพปะการังจากการฟอกขาว มีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมการท่องเที่ยว นักวิชาการด้านปะการัง ตัวแทนจากไอยูซีเอ็น หารือถึงมาตรการรับมือปะการังฟอกขาวปี 2559 ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากร ทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ทช.บอกว่า จากอิทธิพลของปรากฎการณ์เอลนีโญ่ที่รุนแรง ส่งผลให้อุณหภูมิน้ำทะเลมีค่าสูงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1-2 องศาเซลเซียส โดยทะเลฝั่งอ่าวไทยสูงถึง 30.5 องศาเซลเซียส ทำให้ทีมวิชาการประเมินว่าปี 59 โอกาสที่ปะการังจะฟอกขาวเสียหายหนักกว่าเหตุการณ์ในปี2538 ปี 2546 และปี2553 ที่ปะการังเสียหายถึงร้อยละ 60 จึงเตรียมเสนอประกาศคุ้มครองทรัพยากรปะการังจากการฟอกขาว เพื่อลดผลกระทบจากกิจกรรมท่องเที่ยวการดำน้ำ และบางจุดจะปิดเพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์พ่อแม่พันธุ์ปะการัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานปะการังได้ทำข้อเสนอพิจารณาปิดแหล่งปะการังที่อ่อนไหวต่อการฟอกขาวที่รุนแรงเป็นระยะเวลา 1 ปีหลังจากรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ลงนามในประกาศแล้ว มีทั้งสิ้น 32 จุด แบ่งออกเป็นแนวปะการังฝั่งทะเลอันดามัน 15 จุด เช่น จังหวัดพังงา คือ ฝั่งตะวันออก ของเกาะสิมิลัน / เกาะพยูง /-เกาะสุรินทร์เหนืออ่าวไทรเอน/ เกาะตาชัย/ เกาะยูง เกาะไผ่ หินกลาง จ.กระบี่ / เกาะแอว จ.ภูเก็ต ปิดหาดตะวันออกเฉียงเหนือ เกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต เกาะอาดังราวีจ.สตูล ส่วนฝั่งทะเลอ่าวไทย 17 จุด เช่น จ.ตราด เกาะช้างน้อย/เกาะยักษ์ใหญ่/เกาะหินเกือกม้า/ เกาะกูดฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณอ่าวกล้วย/จ.สุราษฑร์ธานี เช่น อ่าวเมา ฝั่งตะวันออก /อ่าวลึก / เกาะพะงันตอนเหนือและทางใต้บริเวณหาดบ้านใต้ /เกาะสมุย โดยข้อเสนอนี้จะต้องเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะต้องทำแนวเขตที่ชัดเจน เหตุผลสำคัญเพื่อป้องกันผลกระทบรบกวนจากปะการังฟอกขาวรุนแรงปี 59ที่คาดว่าจะเสียหายถึงร้อยละ 80 ขณะที่ตัวแทนกรมการท่องเที่ยวแสดงความกังวลว่า การเสนอปิดแหล่งปะการัง อาจส่งผลต่อผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และดำน้ำ เพราะส่วนใหญ่จะขายแพคเกจข้ามปี และรับปากจะไปพูดคุยกับผู้ประกอบการ เพื่อทำความเข้าใจ/////