ความเสียหายของปะการังฟอกขาวในประเทศออสเตรเลียในขณะนี้ ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ประเทศไทยจะเกิดปะการังฟอกขาวขั้นรุนแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของปรากฎการณ์เอลนิลโญ่ ที่กำลังเคลื่อนตัวมาจากฝั่งทะเลแปซิฟิกตะวันออกมายังน่านน้ำไทย
จากการติดตามข้อมูลล่าสุด ของ ดร.นลินี ทองแถม นักวิชาการที่ติดตามปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาวอย่างใกล้ชิด พบว่ารูปแบบการเคลื่อนตัวของเอลนิลโญ่ปีนี้มีรูปแบบการเคลื่อนตัวคล้ายกับปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเกิดปะการังฟอกขาวขั้นรุนแรง มีปะการังเสียหายกว่าร้อยละ 60 -80บริเวณเกาะไข่ใน จ.ภูเก็ต เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เคยมีปะการังสมบูรณ์มากที่สุด แต่ปัจจุบันแนวปะการังบริเวณนี้เสื่อมโทรมลงไปมาก ซึ่งนอกจากผลกระทบจากปะการังฟอกขาวในปี 2553 แล้ว การเติบโตด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาวันละ 3 - 4 พันคน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจัยที่ทำให้ปะการังไม่สามารถฟื้นตัวได้ ปะการังจะสามารถฟื้นตัวได้เองหากอุณหภูมิลดลง และสามารถฟื้นตัวจากเศษปะการังที่ยังมีชีวิต หรือจากตัวอ่อนที่เหลืออยู่ แต่การฟื้นตัวจะเร็วหรือช้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เพราะหากถูกรบกวนจากกิจกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงเครื่องมือการประมงในลักษณะมุ่งทำลาย จะยิ่งทำให้การฟื้นตัวเกิดขึ้นได้ช้า ดังนั้น มาตรการดูแลด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จึงเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน
การดูแลแนวปะการังตามชายฝั่งอันดามัน รวมทั้งการฟื้นฟูปะการังจากการฟอกขาวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว และที่สำคัญการรณรงค์ให้นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ เข้ามามีส่วนร่วมปกป้องปะการังของไทยให้มากขึ้น