เครือข่ายสุขภาพจี้ สปส.ปรับสิทธิทำฟันเครือข่ายสุขภาพ-คปค.ออกแคมเปญรณรงค์ทางเวบไซต์เรียกร้องให้สปส. ปรับปรุงวิธีเบิกจ่ายเงินสิทธิทันตกรรมกรณีอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน ยื่นหนังสือต่อสปส. วันที่ 8 เม.ย.นี้ ด้านเลขาธิการสปส. ขอเวลาศึกษาความเป็นไปได้ 3 เดือน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายสุขภาพและประกันสังคม เช่น กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เครือข่ายประกันสังคมทำงาน(คปค.)ได้แชร์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับแคมเปญทางเว็บไซต์ www.change.org จัดทำขึ้นโดย"เครือข่ายฟ.ฟัน สร้างสุข"โดยใช้หัวข้อรณรงค์ว่า"ประกันสังคมต้องเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมให้เท่าเทียมกับระบบหลักประกันสุขภาพอื่น" โดยมีข้อเรียกร้องให้สิทธิประโยชน์ทันตกรรมต้องเท่าเทียม อุด ขูด ถอน ผ่าตัดฟันคุด และฟันเทียมต้องใช้ได้ตามความจำเป็น ไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่ต้องจ่ายเพิ่มส่วนเกินเอง ต้องเข้ารับบริการได้ทั้งคลินิกรัฐและเอกชนจากที่ปัจจุบันต้องสำรองจ่ายและนำมาเบิกกับสปส.วงเงินไม่เกิน 600 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อมูลว่าผู้ประกันตนที่เข้าถึงบริการทันตกรรมน้อยมาก และระบุมีกรณีตัวอย่างที่มีผู้ประกันตน ปวดฟันเป็นระยะเวลานานแล้วไม่ไปรักษาเพราะไม่มีเงินสำรองจ่าย จนพบว่าป่วยเป็นมะเร็งช่องปากและเสียชีวิตในที่สุด โดยล่าสุดรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนแคมเปญได้แล้ว 428 รายชื่อ ขณะเดียวกันได้ระบุว่าข้อมูลจากสปส.ปี 2557 มีผู้ประกันตนเข้ารับบริการอุดฟันกว่า 6.6 แสนคน ถอนฟันกว่า 4.7 แสนคน และขูดหินปูนกว่า 5.8 แสนคน ขณะที่ผู้ประกันตนต้องใส่ฟันปลอมกว่า 4 หมื่นคน คิดอัตราเฉลี่ยผู้ประกันตนที่เข้าถึงบริการทันตกรรมอยู่ที่ร้อยละ 6 หรือประมาณ 1.7 ล้านคนของผู้ประกันตน 11 ล้านคน ด้านนายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายผู้ประกันตนคนทำงาน(คปค.) กล่าวว่า คปค.และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้หารือกันมา 3 ครั้งและมีข้อสรุปเกี่ยวกับข้อเรียกร้องให้สปส.ปฏิรูปสิทธิประโยชน์ทันตกรรมไปเมื่อวันที่ 9 มีนาคมนี้ โดยให้สปส.ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทันตกรรมทั้งอุด ขูด ถอน ผ่าตัดฟันคุด และฟันเทียมต้องใช้ได้ตามความจำเป็น ไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่ต้องจ่ายเพิ่มส่วนเกินเอง รวมทั้งเข้ารับบริการได้ทั้งคลินิกรัฐและเอกชนโดยให้มีการเชื่อมต่อระบบข้อมูลกับสปส. และให้สปส.เพิ่มสิทธิประโยชน์ตรวจสุขภาพในช่องปากเหมือนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)โดยขึ้นอยู่ความจำเป็น ทั้งนี้ คปค.จะหารือเครือข่ายต่างๆเพื่อยืนยันข้อสรุปข้อเรียกร้องในวันที่ 7 เม.ย.นี้ และจะไปยื่นหนังสือต่อเลขาธิการสปส.ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ ด้านนายโกวิท สัจจวิเศษ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) บอกว่า ก่อนหน้านี้สปส.เคยให้ผู้ประกันตนไปรับบริการทันตกรรมที่โรงพยาบาลตามสิทธิโดยไม่ต้องสำรองจ่าย แต่ผู้ประกันตนร้องเรียนว่าต้องรอคิวนาน และเดินทางไปใช้บริการที่สถานพยาบาลตามสิทธิไม่สะดวก สปส.จึงได้เปลี่ยนเป็นให้สามารถทำฟันที่ใดก็ได้ โดยให้สำรองจ่ายแล้วเบิกภายหลัง เลขาธิการสปส. บอกอีกว่า ส่วนกรณีตัวอย่างที่มีผู้ประกันตนปวดฟันเป็นระยะเวลานานแล้วไม่ไปรักษาเพราะไม่มีเงินสำรองจ่าย จนพบว่าป่วยเป็นมะเร็งช่องปากเสียชีวิตนั้น น่าจะเป็นความเข้าใจผิดของผู้ประกันตนว่าโรคทางช่องปากไม่อยู่ในสิทธิ ซึ่งโรคทางช่องปากสามารถใช้สิทธิประกันสังคมรักษาได้ เนื่องจากถือเป็นอาการเจ็บป่วยชนิดหนึ่ง ทั้งนี้ ยืนยันว่าสิทธิประโยชน์ของสปส.ครอบคลุมการรักษาทั้งหมดไม่ว่าป่วยเป็นโรคอะไร รวมทั้งโรคทางช่องปาก เช่น โรคเหงือก มะเร็งช่องปาก ด้วย เพราะถือเป็นการเจ็บป่วยชนิดหนึ่งโดยไม่ได้เหมารวมไปกับค่ารักษาทางทันตกรรมพื้นฐาน เลขาธิการสปส. บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ประกันตนร้องเรียนในเรื่องนี้ยกเว้นร้องเรียนเรื่องวงเงินค่าบริการทันตกรรมพื้นฐานไม่เพียงพอ แต่การจะเพิ่มวงเงินเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์การรักษาต้องพิจารณาจากเงินสมทบ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลด้านทันตกรรมของโรงพยาบาลรัฐซึ่งใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณากำหนดวงเงิน ทั้งนี้ ข้อมูลในปี 2558 มีผู้ประกันตนยื่นเอกสารขอเบิกเงินค่าทันตกรรม 1.7 ล้านครั้ง คิดเป็นเงิน 521 ล้านบาท และมีอัตราเฉลี่ยการเบิกเงินค่าทันตกรรมเพิ่มขึ้นปีละร้อยละ 1 ต่อปี ทั้งนี้ ยืนยันว่าสปส.พร้อมรับฟังและขอพิจารณาข้อเรียกร้องโดยละเอียดและหารือร่วมกันว่าทำได้หรือไม่อย่างไรคาดว่าอาจจะใช้เวลาศึกษา 3 เดือนเพื่อหาข้อสรุป อย่างไรก็ตาม หากดำเนินการจริงจะต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการลงทะเบียนข้อมูล เพื่อให้อัพเดทการเข้าบริการทันตกรรมในทุกคลินิก ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกันทั้งหมด รวมทั้งอาจจะทำเป็นคลินิกนำร่องก่อน เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินการเช่นที่เรียกร้องดีหรือไม่ดีอย่างไร