ภายใน 90 วัน หากสภาผู้แทนราษฏรไม่สามารถเลือกนายกฯได้ จะเป็นเงื่อนไขที่เปิดทาง ให้ ส.ว.สรรหา เข้ามามีบทบาทต่อการเลือกนายกฯคนนอก นี่เป็นอำนาจใหม่ที่ ส.ว.จะได้จากบทเฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญ
เมื่อเปรียบเทียบโมเดล ส.ว.ในบทเฉพาะกาล กับ ส.ว.ในรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 จะพบว่า มีความต่างกัน ทั้งแนวคิดตั้งต้น และบทบาทการใช้อำนาจรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 กำหนดว่า ส.ว.มีทั้งหมด 150 คน โดยมาจากการเลือกตั้ง 77 คน และแต่งตั้ง 73 คน ขณะที่ ร่างฉบับนี้ ให้ ส.ว.มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด 250 คน เพียงแต่มี 50 คน ที่มาจากการคัดเลือกกันเอง จากกลุ่มวิชาชีพ ส่วนอีก 250 มาจากการคัดเลือก ของคณะกรรมการกลาง
ที่น่าสนใจ คือ ในรัฐธรรมนูญปี 2550 วางเป้าหมายไว้ ให้ ส.ว.ทำหน้าที่เป็นสภาพี่เลี้ยง ที่ช่วยเหลือ และเสนอแนะการทำงานให้กับ ส.ส. จึงมีอำนาจถอดถอน ส.ส.ได้ หากแต่ ในบทเฉพาะกาลฉบับใหม่ วางตำแหน่งให้ ส.ว.เป็นสภาเปลี่ยนผ่านประเทศ แม้ไม่มีอำนาจถอดถอน หรือลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ ส.ว.แบบใหม่นี้ จะทำงานผลักดันกฏหมายทั่วไป และกฏหมายปฏิรูปต่างๆบทบาทพิเศษของ ส.ว. ยังต้องเป็นผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ โดยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จะต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 ถึงจะดำเนินการได้แม้ กรธ.จะไม่ตอบรับข้อเสนอทั้งหมดของแม่น้ำ 4 สาย// แต่นี่ก็อาจจะเพียงพอ สำหรับ คสช.ที่จะวางใจได้ว่า กฏเกณฑ์ต่างๆที่วางไว้ จะไม่ถูกรื้อทิ้ง จนทำให้การยึดอำนาจ ต้องเสียของ