เนชั่นทีวี

ข่าว

กรธ.แถลงผลการพิจารณาข้อเสนอ รธน.

22 มี.ค. 2559 | lastman

กรธ.แถลงผลการพิจารณาข้อเสนอ รธน.

กรธ.สรุปรับข้อเสนอบางส่วนของ คสช. ปรับให้ ส.ว.สรรหา ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี นรชิต ยันไม่รับข้อเสนอให้ปรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ชี้เป็นความเห็นทั่วไปไม่ใช่ความเห็น คสช. แย้งหลักการระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสมด้วยบัตรใบเดียว




กรธ.สรุปรับข้อเสนอบางส่วนของ คสช. ปรับให้ ส.ว.สรรหา ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5ปี นรชิต รับมีการต่อรอง ส.ว.สรรหา ให้มีสัดส่วนสภาพลเมือง 50คน ไม่รับข้อเสนอให้ปรับบัตรเลือกตั้ง 2ใบ ชี้เป็นความเห็นทั่วไปไม่ใช่ความเห็น คสช. แย้งหลักการระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสมด้วยบัตรใบเดียว



ด้านเลือกนายกฯ ตามบัญชีพรรคการเมือง กำหนดวาล์วทางออก ให้ใช้ประชุมร่วมรัฐสภา ลงมติเว้นใช้บางมาตราในร่าง รธน.หลังสภาฯ เดินตามครรลองปกติไม่ได้ตามกรอบเวลา อุดม เผยบทบัญญัติจะเขียนให้มีกรรมการสรรหาที่ คสช. ตั้งเพื่อเลือก ส.ว. ไม่ใช่ให้อำนาจเต็ม คสช. เลือกส.ว.ทั้งหมด ยืนยันผู้เป็น ส.ว. ต้องมีคุณสมบัติตามคุณสมบัติ ส.ว.ของ กรธ. ย้ำจะเว้นบางคุณสมบัติให้ผู้นำเหล่าทัพร่วมเป็น ส.ว.ตามคำขอ


เมื่อเวลา 16.00 น. ทีมโฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประกอบด้วยนายนรชิต สิงหเสนี นายอุดม รัฐอมฤต และนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ ได้แถลงข้อสรุปของการประชุม กรธ. ต่อข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยเครือข่ายแม่น้ำ 4 สายส่งให้ กรธ. พิจารณาใน 3 ประเด็น คือ 1.ที่มา ส.ว.ชุดแรกช่วงเปลี่ยนผ่าน จำนวน 250 คนให้มาจากการสรรหา 2.ปรับระบบเลือกตั้ง ส.ส. ให้เป็นเขตใหญ่ และใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และ 3.ปรับที่มานายกฯ จากเดิมที่ต้องมาตามบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ


โดยนายนรชิต แถลงว่า กรธ.ขอขอบคุณที่ คสช. และแม่น้ำ 4 สายที่ให้เกียรติกับ กรธ. เพราะวิธีคำลงท้ายจดหมายเขียนว่าจึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา ซึ่งไม่ใช่แนวปกติของทหารที่เขียนคำลงท้ายว่าเขียนมาเพื่อกรุณาดำเนินการ โดยทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว กรธ.มีผลสรุป คือ 1.ประเด็นการให้ปรับวิธีการเลือก ส.ส. ซึ่งตามจดหมายของ คสช. ระบุว่ามีผู้เสนอจำนวนมากว่าควรใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบและใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ ทาง กรธ. พิจารณาแล้วเห็นว่า คสช. ระบุว่ามีผู้เสนอมา ไม่ใช่เป็นข้อเสนอมาจากเครือข่ายแม่น้ำ 4 สาย ที่ชัดเจน ดังนั้น กรธ.จะคงการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม และใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆ จะไม่เข้ากับหลักการที่ กรธ. วางไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ


นายนรชิต กล่าวด้วยว่า 2.กรณีให้เว้นการใช้บทบัญญัติว่าด้วยการเสนอรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองสนับสนุนให้เป็นนายกฯ เพราะกังวลจะเกิดปัญหานั้น กรธ. พิจารณาแล้วมีข้อสรุป คือ เมื่อกระบวนการเลือกนายกฯ ในสภาผู้แทนราษฎรตามครรลองปกติ พบปัญหา เช่น คนที่ถูกเสนอชื่อถอนตัวออกไป หรือไม่อยู่ในสถานะที่ทำหน้าที่ได้ หรือมีการรวมตัวของพรรคต่างๆ โดยไม่สามารถตกลงบุคคลได้ จนไม่สามารถเลือกนายกฯ ได้ภายในเวลาที่กำหนด



ซึ่ง กรธ.วางช่วงเวลาเบื้องต้น คือ ภายใน 90 วัน จะให้สิทธิ ส.ส.เข้าชื่อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ ขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อขอมติจากที่ประชุมงดเว้นการใช้มาตราว่าด้วยการเลือกนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมืองเสนอ โดยใช้เสียงเห็นชอบ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา




สำหรับกระบวนการหากเสียงของรัฐสภาเห็นชอบในการงดเว้นบทบัญญัติแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกนายกฯ โดยบทบาทของวุฒิสภาจะสิ้นสุดลงเมื่อร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรในการอนุมัติการยกเว้นใช้มาตราว่าด้วยการเลือกนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมืองเท่านั้น


นายนรชิต กล่าวอีกว่าและ 3.ที่มาของ ส.ว. กรธ. จะเขียนในบทเฉพาะกาลให้ระยะแรกมี ส.ว.ที่มาจากการสรรหา 250 คน ตามข้อเสนอ ทั้งนี้ในจำนวนดังกล่าว ขอโควต้าจำนวน 50 คน ให้กับสภาพลเมือง ซึ่งจะมาจากผู้ที่มาจากการเลือกกันเองตามสาขาวิชาชีพ จำนวน 20 กลุ่มตามตัวบทบัญญัติที่ กรธ.กำหนดไว้ในมาตราว่าด้วยที่มา ส.ว. ทั้งนี้ กรธ. พิจารณาแล้วเห็นว่า ส.ว.ที่จะมาจากการเลือกกันเองตามกลุ่มวิชาชีพเมื่อมาถึงระดับประเทศแล้วจะมีจำนวทั้งสิ้น 231 คน




ดังนั้นคณะกรรมการสรรหา ส.ว.จะต้องพิจารณาเลือกผู้ที่ผ่านการเลือกกันเองดังกล่าวให้เหลือ 50 คนเข้าไปทำหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการทดลองการบังคับใช้ในบทบัญญัติว่าด้วยที่มาของ ส.ว.ว่าจะใช้ได้จริงหรือไม่ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเป็นการพบกันครึ่งทาง ขณะที่อำนาจของ ส.ว. ยืนยันจะเป็นอำนาจปกติตามที่ร่างรัฐธรรมนูญเสนอ แต่จะมีภาระกิจพิเศษคือการพิจารณากฎหมายว่าด้วยการปฏิรูป



ส่วนการพิทักษ์รัฐธรรมนูญนั้นไม่ต้องเขียนเพิ่มเติมเพราะได้บัญญัติไว้ในหมวดว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่ข้อเสนอให้ ส.ว.มีสิทธิขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจและลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น กรธ.ไม่ได้เพิ่มเติมในส่วนดังกล่าวให้ในบทเฉพาะกาล เนื่องจากเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร

ทางด้านนายอุดม กล่าวว่าสำหรับการสรรหา ส.ว.นั้น ในบทบัญญัติจะเขียนถ้อยคำว่ามาจากการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาที่แต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งไม่ใช่เป็นการให้อำนาจกับ คสช. ทั้งหมด สำหรับการสรรหา ส.ว.นั้น จะกำหนดให้ใช้คุณสมบัติเดียวกันกับคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็น ส.ว.ตามที่เขียนไว้ในบทบัญญัติถาวร



ขณะที่ตำแหน่งของข้าราชการประจำที่ คสช. เขียนเป็นข้อเสนอ ได้แก่ ผู้นำเหล่าทัพ 4 เหล่าทัพ ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวม 6 คนนั้น กรธ.จะบัญญัติสัดส่วนที่เป็นถ้อยคำให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาดำรงตำแหน่งได้



ส่วน ส.ว.จำนวน 50 คนที่มาจากการสายวิชาชีพ 20 กลุ่มนั้น จะให้สิทธิกรรมการสรรหา ส.ว.เป็นผู้ดำเนินการ ขณะที่ ส.ว.ในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นจะมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปีและเมื่อครบกำหนดแล้วต้องพ้นไปทั้งคณะ และเริ่มต้นในกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว.ตามบทถาวรที่กำหนดไว้

ข่าวล่าสุด