รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์ขัดข้องผู้โดยสารเจ็บ 6 ราย โวยขาดการดูแล ทุบกระจกช่วยตัวเองเหตุขาดอากาศหายใจเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 21 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดไฟดับบนขวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์ ขบวนสุวรรณภูมิมุ่งหน้าสถานีพญาไท มีผู้โดยสารเต็มขบวนรถ บริเวณช่วงระหว่างสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์หัวหมากกับสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์รามคำแหง เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู และรถกู้ชียจากโรงพยาบาลต่างๆ กำลังช่วยปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บที่ส่วนใหญ่ขาดอากาศหายใจ แต่การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากทางสถานีไม่มีแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่สถานี
บรรยากาศเป็นไปอย่างโกลาหล ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำส่งรักษาตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงบาล จำนวน 6 ราย ทราบชื่อภายหลัง นางพนิดา ปั่นบดี ส่งรักาาตัวที่โรงพยาบาลสินแพทย์ น.ส.ทิพย์พะวัน ชนนิชา อายุ 30 ปี ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลวิภาราม พัฒนาการ นางสิโรรัตน์ จอดนอก และ น.ส.เฉิน ลี่ สัญชาติจีน ถูกนำส่งโรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ นางจารุภา (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 60 ปี และนายศุภาชัย(ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 30 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสิรินทร
นายบัญชา ดีพิณ อายุ 21 ปี เจ้าหน้าสถานีขนส่งสินค้า กรมการขนส่งทางบก หนึ่งในผู้ติดค้าง เปิดเผยว่า ตนขึ้นรถขบวนดังกล่าวมาจากสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์ลาดกระบัง กระทั่งถึงที่เกิดเหตุบริเวณช่วงสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์หัวหมาก เวลาประมาณ 07.40 น. ขบวนรถไฟเกิดหยุดชะงักและอีก 10 นาทีต่อมา ระบบแอร์เกิดหยุดทำงาน จากนั้นผู้โดยสารส่วนใหญ่เริ่มหายใจไม่ออก มีคนพยายามเปิดประตูและทุบกระจก แต่พนักงานของขบวนรถไฟไม่อนุญาติ จนผ่านไปเริ่มมีคนเป็นลม ผู้โดยสารจึงพยายามเปิดประตูและทุบกระจกอีกครั้ง จนทำสำเร็จแล้วทยอยลงขบวนเป็นบางส่วน โดยเวลาผ่านไปราวชั่วโมงกว่าๆ เจ้าหน้าที่ได้นำรถไฟอีกขบวนมาต่อท้ายเพื่อกลับมายังสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์หัวหมาก ซึ่งเป็นไปอย่างอย่างทุลักทุเล โดยเฉพาะคนที่เป็นลมหมดสติ
นายบัญชา กล่าวอีกว่า อยากให้ทางการรถไฟรับผิดชอบมากกว่านี้ อยากให้มีการซ้อมรับมือเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดในอนาคต และอยากให้มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ในกรณีฉุกเฉินพร้อมเจ้าหน้าที่ดูแล 1 คน ต่อ 1 โบกี้ พยาบาลอย่างน้อย 1 คน ต่อ 1 ขบวน เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันภายในอนาคตต่อไป
ด้านนางพัชรินทร์ นาฮิม อายุ 44 ปี หนึ่งในผู้โดยสารที่ติดค้าง เล่าด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวว่า ตนขึ้นจากสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์สุวรรณภูมิในช่วงเช้า จนผ่านสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์หัวหมาก จู่ๆรถเริ่มแล่นช้าลงจนหยุดนิ่ง ทุกคนในรถยังไม่ได้เอะใจ จนผ่านไป 10 นาที คนควบคุมรถจึงแจ้งผู้โดยสารว่ารถขัดข้อง กระทั่งเวลาผ่านเป็นไปชั่วโมง ผู้โดยสารเริ่มเอะอะโวยวาย เพราะอากาศเริ่มร้อนและมีผู้โดยสารบางส่วนเริ่มเป็นลมหมดสติ โดยมีพนักงานผู้ควบคุมขบวนได้วิ่งไปเปิดประตูที่ท้ายรถเพื่อให้อากาศถ่ายเท แต่ด้วยขบวนรถที่ยาวและมีผู้โดยสารเต็มคันรถทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ผู้โดยสารที่อยู่ด้านในจึงตัดสินใจทุบที่เปิดประตูฉุกเฉิน จากนั้นรออีกชั่วโมงกว่าๆ จึงมีรถไฟอีกขบวนมาจอดเพื่อลากรถไป แต่ไม่สามารถลากได้ จึงถ่ายผู้โดยสารบางส่วนไปที่สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งก์หัวหมาก
ผู้โดยสารส่วนใหญ่ไม่พอใจอย่างมากที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่มีแจ้งเตือนว่า เกิดเหตุฉุกเฉิน มีวิธีการอย่างไร ปล่อยให้ผู้โดยสารอยู่กันตามยถากรรม และไม่มีการช่วยเหลือใดๆ โดยต้องช่วยเหลือกันเองนางพัชรินทร์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศโดยรอบสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์มีผู้โดยสารออกมารอรถแท็กซี่เต็มทั้งสองฝั่ง ถ.พัฒนาการ เนื่องจากเป็นเวลาเร่งด่วน จนเวลาประมาณ 10.30 น. รถไฟฟ้าจึงสามารถเดินรถได้ตามปกติ และหลังเกิดเหตุก็ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งหรือประชาสัมพัธ์ว่า จะมีทำการช่วยเหลือผู้โดยสารขบวนดังกล่าวอย่างไร โดยมีการประกาศแค่เพียงว่าเปิดให้บริการตามปกติและค่าโดยสารราคาเท่าเดิม