ยังไม่มีสัญญาณแน่นอนใดที่แสดงว่าแจสจะสามารถจ่ายเงินพร้อมแบงก์การันตี ดังนั้นทางออกของเรื่องนี้จึงแบ่งได้เป็น 50:50 คือจ่ายทัน และเบี้ยว
ถ้าเบี้ยว จะนำไปสู่แผนสำรองมากมายของ กสทช. แผนแรกคือการจัดประมูลครั้งใหม่บนเกณฑ์การประมูลที่จะต้องถูกแก้ไขใหม่ให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น โดยกำหนดการเคาะประมูลรอบใหม่จะต้องจัดขึ้นอย่างไวเพื่อไม่ให้คนไทยได้รับผลกระทบโรคเลื่อน 4G
การประมูลรอบใหม่ยังมีความเสี่ยงไม่มีใครเข้าประมูล เนื่องจากราคาประมูลจะต้องไม่ต่ำกว่าเดิมคือ 7.5 หมื่นล้านบาทที่แจสเคาะไว้ จุดนี้มีความเสี่ยงที่ทำให้การประมูล 4G ย่าน 900 MHz อาจต้องเลื่อนไปเรื่อย ซึ่งความเสียหายนี้จะทำให้ กสทช. ตัดสินใจฟ้องแจสแน่นอนหากแจสเลือกทางออกนี้
ไม่เพียงถูกฟ้อง ถ้าแจสไม่มาจ่ายค่าใบอนุญาต 4G กสทช. จะริบเงินวางประกันการประมูล 644 ล้านบาท พร้อมกับสั่งปรับบริษัทตามวงเงินค่าเตรียมการประมูล 160 ล้านบาท ทั้งหมดนี้มีรายงานแล้วว่า กสทช. กำลังประเมินมูลค่าความเสียหาย จากความล่าช้าหรือเสียโอกาสในการใช้คลื่น 4G และการนำเงินค่าประมูลส่งรัฐฯนี่คือทางออกเดียวที่แจสควรเลือกเดิน
หากแจสมาจ่ายเงินในวันที่ 21 มี.ค. กสทช. ระบุว่าจะเรียกประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ภายใน 3 วัน (ไม่เกิน 24 มี.ค.) เพื่อพิจารณาการออกใบอนุญาต โดยใบอนุญาตอาจจะมีผลเริ่มบังคับใช้ในช่วงหลังสงกรานต์ ตามคำสั่งศาลปกครองกลางที่ขยายเวลาเยียวยาลูกค้า AIS 2G ให้ใช้ช่วงคลื่นของแจสได้ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 14 เม.ย. // ยังต้องลุ้นกันตัวโก่ง เนื่องจากยังไม่มีความแน่นอนใดๆว่าแจสจะสามารถกู้เงินได้จริง
เลขาธิการ กสทช. ฐากร ตัณฑสิทธิ์ บอกว่า ยังไม่ได้รับเอกสารติดต่อจาก บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด เพื่อชำระเงินประมูลคลื่น 900 งวดแรกอย่างเป็นทางการ โดยเตรียมแผนสำรองหากแจสฯ ไม่ชำระเงินตามกำหนด กสทช.อาจเสนอเรื่องต่อนายกรัฐมนตรี ในการเปิดประมูลใหม่ในราคา 75,000 ล้านบาทเท่าราคาประมูลเดิม หากไม่มีผู้ประมูลต้องพักคลื่นไว้ 1 ปี เพื่อจัดสรรใหม่ และแจสโมบายต้องรับผิดชอบค่าความเสียหายจากการประมูล
แต่ถ้าแจสโมบายชำระเงินค่าประมูลตามกำหนด กสทช.จะสามารถออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์ 4 จี ได้ในวันที่ 15 เมษายน โดยแจสโมบายสามารถนำเข้าและติดตั้งอุปกรณ์ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างรอออกใบอนุญาตได้