ผู้ค้าสลากขอให้เปิดจองซื้อมากกว่า 5 เล่ม
19 มี.ค. 2559 | lastman

สำนักงานกองสลาก ลงพื้นที่สี่แยกคอกวัว พบผู้ค้าเรียกร้องให้เปิดจองซื้อมากกว่า 5 เล่ม เร่งทำระบบคัดกรอง ผู้ค้าจริงในระบบ
ข่าว
19 มี.ค. 2559 | lastman

สำนักงานกองสลาก ลงพื้นที่สี่แยกคอกวัว พบผู้ค้าเรียกร้องให้เปิดจองซื้อมากกว่า 5 เล่ม เร่งทำระบบคัดกรอง ผู้ค้าจริงในระบบ
ธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสลากบริเวณสี่แยกคอกวัว ว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ผู้ค้าสลากส่วนใหญ่ได้เรียกร้องให้สำนักงานสลากฯ เปิดให้ผู้ค้าจอง-ซื้อสลาก มากกว่า 5 เล่ม หลังไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย
ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานกองสลากฯ ให้ความสำคัญและหาแนวทางแก้ไขมาโดยตลอด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ระหว่างผู้ค้ากับประชาชน ด้วยการจัดทำระบบการคัดกรองผู้ค้ารายย่อยที่เป็นผู้ค้าจริง ให้สามารถจองซื้อสลากได้เท่านั้น ซึ่งหลังจากได้ลงพื้นที่สำรวจผู้ค้าสลากทั่วประเทศ พบว่ามีปริมาณผู้ลงทะเบียนจองซื้อสลากลดลงเหลือเพียง 90,000 ราย จากเดิม 100,000 ราย
เชื่อว่า ในอนาคตหากมีระบบการคัดกรองที่ชัดเจนมากขึ้น จะช่วยให้มีปริมาณผู้ค้าสลากที่แท้จริงในระบบ และสามารถกันผู้ค้าสลากตัวปลอมออกจากระบบ ช่วยให้มีปริมาณสลากเพียงพอต่อการจองซื้อมากขึ้น
ขณะที่ ปัญหาผู้ค้าสลากจำหน่ายสลากเหลือ ในช่วง 2 - 3 งวดที่ผ่านมาเชื่อว่าหลังจากนี้ปัญหาดังกล่าวจะลดลง เนื่องจากผู้ค้ามีการปรับตัวในการจำหน่ายสลากเพิ่มมากขึ้น เช่น กระจายการขายไปในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง หรือจำหน่ายสลากเลขที่ไม่สวยในราคาใบละ 75 บาท
นากร คมกฤส ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากฯ กล่าวว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2559 เหลือเป็นจำนวนมาก เนื่องจากนโยบายของสำนักงานสลากฯ เพิ่มจำนวนพิมพ์จาก 50 ล้านคู่ เป็น 60 ล้านคู่ เข้าใจว่าเป็นจุดอิ่มตัวของตลาด ทำให้สลากเหลือ
จริงแล้วการจำหน่ายสลากในแต่ละงวดมีจำนวนไม่แน่นอน เพราะเป็นสินค้าไม่จำเป็น เป็นการเสี่ยงโชค ช่วงไหนเป็นช่วงที่เขาอยู่ในอารมณ์ต้องการเสี่ยงโชคก็จะมีการซื้อเยอะ ถ้าไม่ใช่ ไม่ได้อยู่ในช่วงที่มีอารมณ์ต้องการเสี่ยงโชค ไม่มีเลขเด็ด หรือไม่มีเทศกาล ก็เป็นช่วงมีการซื้อน้อย ถือว่าเป็นความผันผวนของการค้าสลากไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาสลากแพงด้วยการพิมพ์สลากเพิ่ม ซึ่งเพิ่มเยอะมาก ก่อนหน้านี้พิมพ์ 37 ล้านคู่ ขณะนี้เป็น 60 ล้านคู่ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
สลากในงวดนี้เหลือ คาดว่าเป็นผลที่เกิดจากเกินจุดที่เหมาะสมของความต้องการ ปริมาณการเสนอซื้อกับปริมาณการเสนอขายไม่สมดุลกัน การแก้ปัญหาของรัฐบาลทำให้สลากราคาถูก ทำให้ราคาขายอยู่ 80 บาท ถือว่าแก้ไขปัญหาได้ แต่ทำถูกวิธีหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจ
การใช้วิธีการค้าเสรี แล้วเพิ่มจำนวนพิมพ์สลาก แต่จะทำให้ปริมาณการเสนอซื้อกับปริมาณการเสนอขายเกิดการสมดุลกันนั้น ไม่แน่ใจว่าจะนำมาสู่การแก้ปัญหาได้จริงเท่าไหร่นักวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นการแก้ไขปัญหาหนึ่ง แต่ก็นำไปสู่การเกิดอีกปัญหาการแก้ปัญหาต้องใช้เวลา ค่อยเป็นค่อยไป สิ่งสำคัญที่สำนักงานสลากฯ ต้องทำการบ้านคือ ต้องรู้จำนวนผู้ขายตัวจริงให้ได้ว่า มีเท่าไหร่ ในส่วนของผู้ค้าที่เป็นผู้พิการตรวจสอบผู้ค้าไม่น่าจะยาก
ธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า หลังจากกองสลากพิมพ์สลากเพิ่มขึ้นมา 3 งวดแล้ว แต่ละงวดมีสลากเหลือเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการปรับลดลงแต่อย่างใด เพราะขณะนี้ระบบการซื้อ จอง เป็นระบบที่มีการปรับสมดุลอัตโนมัติ คือ ระบบนี้จะพิมพ์สลากเพื่อออกมาจำหน่ายให้แก่ผู้ขายนำไปขายให้ผู้บริโภคจำนวน 60 ล้านฉบับคู่
แต่ไม่ได้หมายความว่า สำนักงานสลากฯ จะพิมพ์ออกมา 60 ล้านฉบับคู่ทุกงวด จุดสำคัญคือ คนที่เอาไปขาย เขาต้องการซื้อสลากเท่าไหร่ เราก็พิมพ์ตามจำนวนที่เขาต้องการนำไปขาย แต่เรากำหนดเพดานไว้ที่ 60 ล้านฉบับคู่ หมายความว่า หากเขาต้องการ 40 ล้านฉบับคู่ เราก็พิมพ์ 40 ล้านฉบับคู่ ต้องการเท่าไหร่พิมพ์เท่านั้น
จากกรณีที่ทำไมสลากถึงเหลือเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้ขายสั่งจองไว้คิดว่าขายได้ จึงสั่งจองไว้มาก แต่ขายไม่หมด ตอนนี้รู้ตัวแล้ว 3 งวดผ่านมาแล้ว งวดนี้ก็น่าจะสั่งจองลดลง เพื่อให้ขายได้หมด ดังนั้นสำนักงานสลากฯ ไม่ต้องแก้ไขอะไร ผู้ขายต้องประเมินตัวเองว่าควรจะสั่งจองเท่าไหร่ถึงจะขายได้หมด
กรณีที่บอกว่า ผู้ขายได้กำไรน้อย บางรายขาดทุนนั้น ตรงนี้ต้องถามก่อนว่า สลาก 1 คู่ เขาได้กำไร 9 บาท 60 สตางค์ เป็นกำไรที่สมน้ำสมเนื้อกับ 12 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ถ้าสมน้ำสมเนื้อก็ถือว่ากำไรนี้เป็นสิ่งจูงใจพอ