พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เพราะถ้าโยนมาเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล และสั่งลงไปจะมีปัญหาอีก วันนี้ตนไม่อยากให้ความขัดแย้งเกิดขึ้น ตนอยากให้มีการพัฒนา แต่ต้องไปดูเรื่องการขนคนขึ้นไปว่ามากเกินไปที่จะรับได้หรือไม่ และการนำผู้สูงอายุขึ้นไป จะสามารถเดินไปต่อไปยังที่ทำการที่มีระยะทางหลายกิโลเมตรได้หรือไม่ หรือจะต้องมีรถลากเพื่อพาพวกเขาไปอีกหรือ ดังนั้นจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ หากตอบคำถามได้ จะเป็นมติของคนทั้งประเทศ
"วันนี้ในพื้นที่เข้าใจตรงกันหมด แต่นอกจังหวัด นอกพื้นที่พวกเขาไม่เห็นด้วย เขาอาจจะคิดในหลักการที่ว่าพื้นที่ใดก็ตามที่มีคนไปเที่ยวเยอะจนเกินไป ก็จะทรุดโทรม จะทำอย่างไรจะแยกประเภท สำหรับคนแข็งแรงและคนไม่แข็งแรง ทั้งนี้ผมฟังความเห็นทั้งหมด แต่ข้อสำคัญ คณะที่ศึกษาไปหาคำตอบเหล่านี้" นายกฯ กล่าว
"ผมก็ฟังมาจากสื่อว่ามีบางกลุ่มต่อต้านในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา วุ่นไปหมด เป็นแต่เพียงครม.มีมติตั้งคณะกรรมการศึกษาว่าเกิดประโยชน์หรือไม่เกิด ไม่ใช่ไปยุติ ผมพูดซะเลย ถ้ามันดีก็ไปหาทางมาทำอย่างไรจะไม่เกิดความขัดแย้ง เขากำลังศึกษา ทุกอย่างศึกษาได้หมด จะทำไม่ทำก็ไปว่ามา เหตุผลถ้ารับได้ก็เข้าครม. การหารืออาจจะเห็นชอบหรือไม่ก็ได้ ผมทำงานแบบนี้ ไปทำข้างใดข้างหนึ่งมันทำไม่ได้ มันก็ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด และประชาชนก็ไม่เรียนรู้ สังคมก็ไม่เรียนรู้ ก็อยากได้อยากดี อยากเอา มันมีสุดโต่งหมดแหละตอนนี้ ซ้ายสุด ขวาสุด ต้องเอาทั้งสองฝ่ายมาเจอกันให้ได้ แสวงหาจุดร่วมให้ได้ ระหว่างที่มีความขัดแย้งกัน อะไรแสวงหาความเหมือนในความแตกต่าง ต้องมาเจอกันตรงการ แล้วเดินไป ตรงที่ต่างกัน ก็หยุดไปก่อนบ้าง ทำระยะที่หนึ่งให้ได้ แล้วสองสามเดี๋ยวตามมา เพราะประชาชนเดือดร้อน เขารออยู่ทุกอย่าง ถ้าติดซ้ายขวาจะไปยังไง ขนาดผมมีอำนาจเต็มยังต้องระวังเลย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว