เนชั่นทีวี

ข่าว

"กนก-ธีระ-ปรัชญา" สัมภาษณ์เจ้าของมอเตอร์ไซค์ เคยถูกรถทะเบียน ษง 3333 ชนแล้วหนี

18 มี.ค. 2559 |

"กนก-ธีระ-ปรัชญา" สัมภาษณ์เจ้าของมอเตอร์ไซค์ เคยถูกรถทะเบียน ษง 3333  ชนแล้วหนี

กนก รัตน์วงศ์สกุล - ธีระ ธัญไพบูลย์ - ปรัชญา อรเอก 3 พิธีกรข่าว รายการข่าวข้นคนเนชั่น สัมภาษณ์ "พงษ์ศิริ แซ่เฮ้ง" ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เคยถูกรถทะเบียน ษง 3333 ชนล้อหลังแล้วหนี


"กนก-ธีระ-ปรัชญา" สัมภาษณ์เจ้าของมอเตอร์ไซค์ เคยถูกรถทะเบียน ษง 3333  ชนแล้วหนี


กนก : คุณพงษ์ศิริ เล่าเหตุการณ์เมื่อ 4 ปีก่อนใช้ไหมครับ เล่าให้ฟังหน่อยครับว่ามันเกิดอะไรบ้างครับพงษ์ศิริ : ผมขับรถมาไปส่งลูกที่โรงเรียนก็ขับมาตามทางถนน อ่อนนุช 11 ตรงด้านซ้ายมือจะเป็นหมู่บ้านปัญญา มีรถเก๋งสีดำกำลังออกจากหมู่บ้านมา กำลังเลี้ยวขวา ส่วนผมมาเลนส์ทางหมู่บ้านก็วิ่งตรงไป จะออกไปอ่อนนุช 17 ระหว่างที่ขับผ่านหน้ารถเก๋งคันนั้น รถเก๋งคันนั้นเหมือนกับเหยียบคันเร่งพุ่งมาชนล้อหลังมอเตอร์ไซค์ของผมครับ
กนก : คือเขาต้องรอให้เราผ่านไปก่อนถูกต้องไหมครับ แต่เขาไม่รอเขาออกมาเลยพงษ์ศิริ : ออกมาเลยครับเหมือนคน บ้าคลั่งเลย เหมือนคนโมโหใครมาเลยครับ
กนก : เลี้ยวออกมาจากหมู่ด้วยซ้ำใช้ไหมครับพงษ์ศิริ : ใช่ครับ เลี้ยวออกมาจากหมู่บ้าน พอจังหวะที่ผมล้มผมลงไปดูก็เห็นทะเบียน ษง 3333 ยี่ห้อ BMW ที่นี้มีพลเมืองดีขับหลังตามผมมา เห็นว่าเขากำลังหนีก็เลยยูเทิร์น ขับตามเขาไป ไปติดอยู่ตรง 3 แยกตะวันทอง ระหว่างจะรอเลี้ยว เลยเคาะกระจกให้มาดูคนเจ็บ ก็ไม่ได้ลงมาดู แล้วพลเมืองดีก็ขับกลับมาแล้วก็จดหมายเลขทะเบียน แล้วให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ ว่าไปแจ้งความที่ สน แล้วไม่ยอมรับหรือเขาหนีก็จะให้โทร"หาเขาครับ
กนก : เขาพร้อมเป็นพยานด้วยใช่ไหมครับพงษ์ศิริ : ใช่ครับ แต่ว่าผมไม่เห็นหน้าคนขับนะครับ
กนก : แต่คนที่พร้อมจะเป็นพยาน พลเมืองดีที่ขับตามรถ BMW ไปที่ติดตรง 4 แยก ไกลจากจุดเกิดเหตุไหมครับพงษ์ศิริ : ไม่ใช่ 4 แยก เป็น 3 แยก จะเลี้ยว ซ้าย-ขวา จะต้องชะลอใช่ไหมครับ ก็ไปทันกันตรงน้ัน
กนก : ไกลจากจุดที่เขาชนคุณไหมครับพงษ์ศิริ : ประมาณ 500 เมตรครับ

"กนก-ธีระ-ปรัชญา" สัมภาษณ์เจ้าของมอเตอร์ไซค์ เคยถูกรถทะเบียน ษง 3333  ชนแล้วหนี


กนก : ก็ไม่ไกล แล้วพลเมืองดีที่ขับตามไป เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไปหรือครับพงษ์ศิริ : เขาขี่มอเตอร์ไซค์ตามมากับแฟนเขา ผมก็มากับแฟนผมเหมือนกัน
ธีระ : ขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปถึงไฟแดงที่ติดอยู่พงษ์ศิริ : ไม่ติดไฟแดง ไม่มีไฟแดง เป็น 3 แยก
ธีระ : แล้วรถคันนั้นก็ไม่ได้เปิดกระจกลงมาพูดคุยอะไรด้วยพงษ์ศิริ : คือเขากลับมาบอกผมว่า นิสัยแย่มาก ไม่มาดูคนเจ็บแล้วก็ขับไปเลย คือ พลเมืองดีบอก เอาเรื่องให้ถึงที่สุดเลย เรียกให้แพงๆเรียกให้สูงๆไปเลย เขาพูดแบบนี้ครับ แล้วเขาก็ให้เบอร์โทรศัพท์ผมกับบอกว่าถ้าเกิดไปแจ้งความแล้วขับหนี ให้โทร.หาเขา เขาจะเป็นพยานให้
ปรัชญา : แล้วได้แจ้งกับทางหมู่บ้านแล้วยังครับว่า ให้ตามคนนี้บ้านเลขที่อยู่ไหนตรงไหนพงษ์ศิริ : จริงๆผมไม่ได้แจ้งครับ พอดีว่ามียามหน้าหมู่บ้านรู้จัก เขาก็ติดต่อให้เข้าไปคุยเลย ผมก็ไม่กล้าเพราะเป็นหมู่บ้านส่วนบุคคลครับ แล้วก็มีคนจากข้างใน ออกมาดู บอกให้ไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล
กนก :  เขามาแสดงตัวพร้อมจะชดใช้ค่าเสียหายให้หรือครับ พงษ์ศิริ : พร้อมจะไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ ผมก็ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลวิภาราม  ระหว่างนั้น พลเมืองดีก็เอามอเตอร์ไซค์ผมมาจอดไว้หน้าหมู่บ้าน รักษาตัวเสร็จ ก็รอจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ก็รออยู่ 2 ชั่วโมง ไม่มีใครมา ตอนนั้นไม่มีเงินติดตัว เลยโทร.ให้ที่บ้านผมมาจ่ายเงินให้ก่อน  พอจ่ายเสร็จก็เอาใบรับรองแพทย์ไปแจ้งความ  พอจ่ายเสร็จก็เอาใบรับรองแพทย์ไปแจ้งความ สน. คลองตัน ร้อยเวรรับเรื่องแต่ไม่อยู่ พอดีคนที่เขียนใบแจ้งความอยู่ แต่เขายังไม่รับ เขารอร้อยเวรเจ้าของคดีมารับ เพราะร้อยเวรเจ้าของคดีเขาไปดูที่เกิดเหตุมาแล้ว เขาก็เอารถมอเตอร์ไซค์ผม ขึ้นรถตำรวจมา คือเขาไปตรวจที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว ก็มาสัมภาษณ์ผม อีกคนก็เขียนบันทึกคดีความ
กนก : แล้วได้เรียกคู่กรณีมาไหมครับในที่สุดพงษ์ศิริ :  ตามมาให้ครับผม เขาตามมาให้ตอนนั้นก็คือ ประมาณเที่ยงผม ก็กลับมาก่อนแล้วทิ้งรถมอเตอร์ไซค์ไว้ที่ สน. เพราะว่าขับกลับไม่ไหว ก็ประมาณทุ่มเกือบสองทุ่ม โทร.มาว่าเขาส่งตัวแทนมา ผมเข้าใจว่าจะมาคุยเรื่องค่าเสียหาย ที่นี้ผมยังสรุปไม่ได้ ผมจะหยุดขายของกี่วัน อีกอย่างผมบอกว่า ขาผมมันตึงๆเหมือนแผลมันแห้งน้ำเหลืองออกแล้วก็ไม่สะดวกไป เพราะมันกลางคืนแล้วครับ ผมบอกว่ารอให้แผลหายดีก่อนผมจะได้ดูบอกว่า ค่าเสียหายประมาณเท่าไรของผมนะครับ แล้วก็จะได้ไปเอามอเตอร์ไซค์กลับมาด้วย พอครบสัก 3-4 วันผมก็ไปเอามอเตอร์ไซค์ ติดต่อร้อยเวรมาเคลียร์รถ เขามาประกันแต่เขาให้ประกันจ่าย ที่ก็โทรถามเขา บอกไม่ว่าง ติดประชุม ร้อยเวรบอกว่ารถมีประกันเดี๋ยวให้ประกันจ่ายแล้วที่นี้เหมือนประกันไม่สะดวกมา ร้อยเวรก็เลยบอกว่าให้เขาโทรมาคุยกับผม พอเขาโทรมาคุยกับผม ถามข้อมูลตอนเกิดเหตุมันเป็นยังไงพูดประมาณว่าข้อมูลไม่ตรงกัน คือประมาณผมขับรถสวนเลนส์ไป ก็มาชนกับเขาอะไรประมาณนั้น

"กนก-ธีระ-ปรัชญา" สัมภาษณ์เจ้าของมอเตอร์ไซค์ เคยถูกรถทะเบียน ษง 3333  ชนแล้วหนี


กนก : แล้วคุณพงษ์ศิริ ทราบไหมครับว่า คนที่ขับรถชนคุณพงษ์ศิริ ชื่ออะไรพงษ์ศิริ : ผมไม่ทราบครับไม่เห็นหน้าด้วย แต่ว่าผมสงสัยว่าเป็นคนเดียวที่มีปัญหาหรือปล่าว ไม่ใช่วันที่เกิดเหตุหรือตอนที่เกิดเหตุ แต่ว่ามันอยู่ในซอยเดียวกัน ก็ขับรถผ่านไปผ่านมา ผมมองทะลุกระจกก็เห็นหน้าเขาแล้วครับ
กนก : ต่อมาได้เห็นหน้าพงษ์ศิริ : ได้เห็นหน้าเพราะเขาขับผ่านไปผ่านมา
กนก : แล้วใช้คนที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้ไหมครับพงษ์ศิริ : ผมว่าใช่ครับ หน้าคล้ายกันมากกนก : แล้วที่สุดเป็นยังไงครับ ตกลงได้รับค่าเสียหายค่าชดใช้ไหมครับพงษ์ศิริ :ไม่ได้รับครับ รอไปเรื่อยๆ ผมไม่รู้กฏหมาย ไม่รู้ว่ายังไงถ้าโดนชน แจ้งความเสร็จแล้วจบกัน เดี๋ยวตำรวจจัดการให้ คดีมันเล็กแค่ชนแล้วหนี เป็นคดีเล็กมีคดีที่หนักกว่าก็ปล่อยให้เขาทำไปก่อน รอเขาไปเรื่อยๆเขาจะติดต่อกลับ เขารู้ว่าคดีความหมดอายุ
กนก : หมดอายุกี่ปีครับพงษ์ศิริ : วันนี้ไปถามทนาย เขาบอกว่าถ้าหนักกว่านี้ก็ 1 ปีครับ  คือเขาจ่ายอัตราสูงสุด  ไม่มีคนติดต่อกลับมา รวมทั้งบริษัทประกัน จนครบ 3 ปี ก็เลยไปติดต่อที่ สน.เอง ปกติจะโทร.ไป แล้วเขาบอกเจ้าของคดีย้ายไปที่อื่นแล้ว  คนที่รับเรื่องเขาบอกไม่รู้เรื่อง เขาให้ไปตามกับเจ้าของคดี ที่ สน.บางโพงพาง
กนก : แล้วคุณ พงษ์ศิริ จะทำอะไรต่อไปไหมครับพงษ์ศิริ : ก็อาจทำตามที่ทนายให้ไปติดต่อที่ สน. ว่าใครเป็นคนเสียค่าปรับสูงสุด คนนั้นต้องรับผิดชอบ

ข่าวล่าสุด